ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


งานอภิเษกอาสนวิหารแม่พระนฤมล สังฆมณฑลอุบลราชธานี วันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1967

 
งานอภิเษกอาสนวิหารแม่พระนฤมล สังฆมณฑลอุบลราชธานี
 
โดยพระสังฆราชเกลาดิอุส บาเยต์ เป็นประธานในพิธี
 
วันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1967
 
 
 
 
พระสังฆราชเกลาดิอุส บาเยต์ ทำพิธีเสกที่หน้าวัด

History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

History of the Church

ประวัติวัดในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ    

ตารางเวลามิสซาของวัด


พิธีเสกและฉลองวัดนักบุญมัทธีอัสอัครสาวก พระราม 2
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม เวลา 10.30 น.
พระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน
 ฉลองวัดนักบุญโทมัส อไคนัส มีนบุรี
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.
พระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน

วันนี้ในอดีต

21 เมษายน พ.ศ.2532 : วันสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศฯ เป็น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราชประสูติเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2456 ที่ อ.เมืองกาญจนบุรี มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร พระชนกชื่อ นายน้อย คชวัตร พระชนนีชื่อ นางกิมน้อย คชวัตร ปี 2469 บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) จ.กาญจนบุรี เมื่ออายุครบ 20 พรรษาก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุวัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี จากนั้นได้ทรงทำทัฬหีกรรม (ญัตติซ้ำ) เป็นธรรมยุต ที่วัดบวรนิเวศวิหารเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2476 ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในปี 2484 อีก 6 ปีต่อมาได้เป็นพระราชาคณะสามัญที่พระโสภนคณาภรณ์ และได้เลื่อนขั้นขึ้นตามลำดับจนได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลำดับที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2532 ท่านได้ทรงงานด้านพุทธศาสนาหลายอย่าง แสดงธรรมเทศนาหลายที่ ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในระหว่างที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2499 ด้วย นอกจากนั้นยังทรงนิพนธ์บทความและหนังสือทางพุทธศาสนา อธิบายหลักธรรมต่างๆ ไว้จำนวนมาก
21 เมษายน พ.ศ.2399 : ทาวน์เซนด์ แฮร์ริส เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย
ทาวน์เซนด์ แฮร์ริส (Townsend Harris) กงสุลอเมริกันประจำประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก่อนจะเดินทางไปถึงท่าเรือชิโมดะ (Shimoda) เมืองท่าของ อ.ชิสุโอกะ (Shizuoka) แคว้นชุบุ (Chubu) ที่เกาะฮอนชู (Honshu) ภาคกลางของญี่ปุ่นเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมปีเดียวกัน แฮร์ริสเป็นเป็นกงสุลคนแรกที่ได้รับการมอบหมายจากประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ (Franklin Pierce--ปธน. คนที่ 14 ของสหรัฐอเมริกา) ให้เดินทางมาสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศญี่ปุ่น จนเกิดสนธิสัญญาทางการค้าฉบับแรกระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นคือ สนธิสัญญาแฮร์ริส (Harris Treaty) ในอีก 2 ปีต่อมา เขาเดินทางกลับอเมริกาในปี 2404 สนธิสัญญาของแฮร์ริสนับเป็นการปิดประตูต้อนรับชาติตะวันตกของญี่ปุ่น ส่วนประเทศสยาม เมื่อทราบข่าวว่ากงสุลอเมริกาเดินทางมาถึงก็ได้จัดขุนนางออกไปรับ จัดหาที่พักให้อย่างดี รอจนได้เวลาแล้วก็ให้ทูตอัญเชิญอักษรสาส์นขึ้นถวาย รัชกาลที่ 4 พระองค์ได้ทรงสนทนาเป็นภาษาอังกฤษกับแฮร์ริส พร้อมกับทรงมีพระราชสาสน์ไปพระราชทานช้างให้แก่ประเทศอเมริกา แต่ประธานาธิบดี ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ก็ได้ตอบปฏิเสธมาภายหลัง
21 เมษายน พ.ศ.2325 : วันสถาปนา กรุงเทพมหานคร
วันสถาปนา กรุงเทพมหานคร หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีเมื่อวันที่ 6 เมษายนปีเดียวกัน จากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากฝั่งธนบุรีมาที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วจัดพิธี ยกเสาหลักเมือง ขึ้นในวันนี้ พร้อมทั้งพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” เป็นชื่อเมืองที่ยาวที่สุดในโลก มีความหมายว่า “พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้ว 9 ประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงเปลี่ยนจาก “…บวรรัตนโกสินทร์…” เป็น “…อมรรัตนโกสินทร์…” เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2514 รัฐบาลได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และในปี 2515 เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เสาหลักเมืองมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 ซม. สูง 27 ซม. แต่ชำรุดจึงสร้างใหม่ในรัชกาลที่ 4 ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว ตั้งอยู่ภายในอาคารยอดปรางค์ ภายในศาลหลักเมืองยังมีเทวรูปสำคัญ คือ เทพารักษ์ เจ้าพ่อหอกลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี