องค์ที่ 161 สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญเจลาซีอุส ที่ 2 (St. Gelasius II ค.ศ.1118-1119)

 

สมเด็จพระสันตะปาปาเจลาซีอุส ที่ 2
 
 (Gelasius II  ค.ศ. 1118-1119)
 
พระองค์มีพระนามเดิมว่า ยอห์น แห่งกาเอตา เข้าอารามมอนเตคาสิโน เมื่ออายุยังน้อย ท่านได้เขียนประวัติของนักบุญต่างๆ ไว้มากมาย ในปี ค.ศ. 1088 พระสันตะปาปาอูรบัน ที่ 2 ได้แต่งตั้งท่านให้เป็นพระคาร์ดินัล และในปีต่อมาแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องเอกสารของสันตะสำนัก พระองค์ปราดเปรื่องในภาษาละตินและทำหน้าที่นี้อยู่นานร่วมสามสิบปี
 
ในสมัยของพระสันตะปาปาปัสกัล ที่ 2 นั้น พระองค์ก็ได้รับผลกระทบของความขัดแย้งกับจักรพรรดิเฮนรี ที่ 5 ด้วย เมื่อสิ้นพระสันตะปาปาปัสกัลแล้วมีผู้ไปเชิญท่านจากอารามมอนเตคาสิโนให้มาที่โรมเพื่อร่วมประชุมเลือกพระสันตะปาปา คณะที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกท่านให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ในวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1118 โดยใช้พระนามว่า พระสันตะปาปาเจลาซีอุส ที่ 2 แม้ว่าส่วนตัวพระองค์จะพยายามปฏิเสธและรู้สึกเป็นทุกข์ใจกับตำแหน่งนี้ก็ตาม เพื่อยืนยันความปรารถนาที่จะให้พระองค์รับตำแหน่ง คณะพระคาร์ดินัลต่างก้มกราบขอร้องให้ทรงรับตำแหน่ง การแต่งตั้งท่านยอห์น กาเอตานี้ ทำให้จักรพรรดิเคืองพระทัย เพราะคณะคาร์ดินัลไม่ได้แจ้งหรือขอคำรับรองใดๆ จากพระองค์ ดังนั้นทหารของจักรพรรดิจึงโจมตีอาราม และจับตัวพระสันตะปาปาองค์ใหม่ พระสันตะปาปาเจลาซีอุสถูกเฆี่ยนและถูกทหารดึงพระเกศาลากพระองค์ไปเกลือกกลิ้งกับมูลสัตว์ แล้วล่ามโซ่ขังไว้ให้อดอาหาร  เมื่อเป็นเช่นนี้พวกชาวโรมโกรธมาก รวมตัวกันล้อมปราสาท และขู่จะเผาปราสาททั้งหมด หากพวกทหารไม่ยอมปล่อยพระสันตะปาปาจากที่คุมขัง นายทหารผู้นำเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ชื่อ ฟรันกิปานี เกิดความกลัวเมื่อเห็นผู้คนมาล้อมปราสาทมากเช่นนั้น จึงยอมนำพระสันตะปาปาออกมาจากที่คุมขัง และก้มกราบเท้าพระสันตะปาปาขอขมาโทษที่ได้ทำผิดไป จากนั้นชาวบ้านก็ทูลเชิญพระสันตะปาปาไปที่วังลาเตรัน และทำพิธีอภิเษกในเวลาต่อมา
 
เมื่อพระเจ้าเฮนรีทรงทราบเรื่องก็ยิ่งพิโรธใหญ่ พระองค์ได้เสด็จมาโรมด้วยพระองค์เองพร้อมกองทหารและล้อมพระมหาวิหารนักบุญเปโตรไว้ พระสันตะปาปาต้องหนีเอาตัวรอดจากโรมไปทางน้ำ พระองค์พร้อมพระคาร์ดินัลผู้ใกล้ชิดได้ช่วยกันแจวเรือไปตามแม่น้ำไทเบอร์จนถึงปากแม่น้ำ ขณะที่แจวไปนั้นพวกทหารของจักรพรรดิก็พบเข้าได้ช่วยกันขว้างก้อนหินและยิงธนูใส่เรือของพระองค์ แต่พระองค์ก็รอดไปได้และไปพักอยู่ที่กาเอตา ส่วนพระเจ้าเฮนรีรู้สึกไม่สบพระทัยอย่างมาก เพราะจับตัวพระสันตะปาปาไม่ได้ จึงได้ยกทัพกลับเยอรมัน (ปล่อยให้พระสันตะปาปาซ้อนองค์ที่ 24 คือ พระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 8 ประทับที่พระราชวังลาเตรันแทน)ภายหลังพระสันตะปาปาเจลาซีอุสได้แอบมาที่โรมอย่างลับๆ ก่อนจะเดินทางไปฝรั่งเศส และไปพักที่อารามคลูนี ที่นี่พระองค์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอธิการอาราม คือ ท่านซูเจ พระสันตะปาปาเจลาซีอุสประชวรที่อารามนี้ด้วยโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ และได้สิ้นพระชนม์ในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1119 พระศพของพระองค์ฝังไว้ที่อารามนั่นเอง
 
(ขอกล่าวถึงพระสันตะปาปาซ้อนองค์ที่ 24 คือ พระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 8 ดังนี้ คือ เดิมชื่อ เมาริส บูร์ดิน เกิดที่ลิมอร์ก รับการศึกษาที่อารามคลูนี เป็นนักพรตเบเนดิกติน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชแห่งโคอิมบรา ในปี ค.ศ. 1098 และในปี ค.ศ. 1111 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอัครสังฆราชแห่งบราคา พระสันตะปาปาปัสกัล ที่ 2 ชื่นชมในความสามารถของท่านมาก เรียกให้มาช่วยงานในสันตะสำนัก (เป็นศิษย์เก่าของอารามคลูนีเหมือนกัน) ในปี ค.ศ. 1117 พระสันตะปาปาปัสกัลได้ส่งท่านไปในฐานะตัวแทนพระสันตะปาปา เพื่อเจรจากับจักรพรรดิเฮนรี ที่ 5 เกี่ยวกับปัญหาฆราวาสก้าวก่ายกิจการสงฆ์ นอกจากไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังทำให้พระสันตะปาปาอับอายและโกรธมาก เนื่องจากท่านบูร์ดินแปรพักตร์ไปเข้าข้างจักรพรรดิและได้สวมมงกุฎให้จักรพรรดิเฮนรีเสียเองในวันปัสกา พระสันตะปาปาจึงประกาศขับท่านบูร์ดินออกจากพระศาสนจักร เมื่อพระสันตะปาปาปัสกัลสิ้นพระชนม์ จักรพรรดิได้ประกาศตั้งท่านบูร์ดินให้เป็นพระสันตะปาปาซ้อน แต่ประชาชนไม่ยอมรับ พระองค์จึงเป็นเพียงหุ่นเชิดของจักรพรรดิเท่านั้นเอง ฝ่ายโรมได้เลือกพระสันตะปาปาเจลาซิอุส ที่ 2 และกัลลิสตุส ที่ 2 มาเป็นพระสันตะปาปาที่ถูกต้องตามลำดับ ฝ่ายพระเจ้าเฮนรีเมื่อเห็นว่าท่านบูร์ดินไม่มีประโยชน์แล้วก็ปล่อยท่านไปเป็นอิสระ ครั้งหนึ่งท่านบูร์ดินได้หลบจากโรมไปที่สุตรี เพราะเกรงอำนาจของพระสันตะปาปากัลลิสตุส แต่จักรพรรดิก็ไม่สนใจ และภายหลังชาวเมืองสุตรี ได้จับตัวท่านและส่งมาให้ทหารของพระสันตะปาปากัลลิสตุส ที่ 2 ท่านถูกจับนั่งบนหลังอูฐ และมีคนเอาเศษอาหารโปะศีรษะของท่าน จูงอูฐไปทั่วเมืองเพื่อประจานให้ได้อับอาย จากนั้นก็เอาไปขังไว้ตามอารามต่างๆท่านถึงแก่มรณภาพราวปี ค.ศ. 1114)