s1 s2 s3 s4 s5

ขอเชิญร่วมงานฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม

 

 

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


ฉลองวัดพระหฤทัยเชียงใหม่ วันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1969

 
 
พระสังฆราชลูเซียน ลากอสต์
เป็นประธานในพิธี
 
 
 
พิธีแห่พระรูปองค์อุปถัมภ์
 
 
 
จากหนังสือสารสาสน์ ปี ค.ศ. 1969

สถิติประจำปี 2018/2561

 

 

สถิติประจำปี 2018/2561

วันนี้ในอดีต

 วันนี้ในอดีต/เดือนมิถุนายน


13 มิถุนายน พ.ศ.2535 : พุ่มพวง ดวงจันทร์ เสียชีวิต
พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีเพลงลูกทุ่งเสียชีวิต ชื่อเดิมคือ รำพึง จิตรหาญ มีชิ่อเล่นว่า ผึ้ง เกิดที่ อ. สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี ครอบครัวรับจ้างทำไร่อ้อย เธอชอบร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มเดินสายประกวดร้องเพลงในชื่อ น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ตอนอายุ 15 ปีพ่อพาไปฝากเป็นบุตรบุญธรรมของ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ซึ่งได้แต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงเพลงแรกคือ “แก้วรอพี่” ในปี 2519 ใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับวงของ ธีระพล แสนสุข, ศรเพชร ศรสุพรรณ และ ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ตามลำดับ โดยเป็นทั้งนักร้องและหางเครื่อง ภายหลัง มนต์ เมืองเหนือ ได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ตั้งวงดนตรีของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนต้องยุบวง มาตั้งใหม่ร่วมกับ เสรี รุ่งสว่าง ในชื่อวง “เสรี-พุ่มพวง” และเริ่มประสบความสำเร็จตามลำดับ พุ่มพวงเริ่มมีชื่อเสียงที่สุดช่วงปี 2525-2530 จากฝีมือการแต่งเพลงของ ลพ บุรีรัตน์ ซึ่งเป็นเพลงสนุกๆ จึงได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วสารทิศ เช่นเพลง สาวนาสั่งแฟน, นัดพบหน้าอำเภอ, อื้อฮือหล่อจัง, กระแซะเข้ามาซิ, ดาวเรืองดาวโรย, คนดังลืมหลังควาย, นักร้องบ้านนอก, หม้ายขันหมาก นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีคือเพลง “ส้มตำ” และได้แสดงหนังอีกหลายเรื่องเช่น สงครามเพลงและมนต์รักนักเพลง ภายหลังพุ่มพวงป่วยเป็นโรคเอสแอลอี (SLE : Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง เสียชีวิตในวัยเพียง 31 ปี ได้มีพระราชทานเพลิงศพที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีน้ำเสียงออดอ้อน หวานฉ่ำ จำเนื้อร้องได้แม่นยำทั้งที่ไม่รู้หนังสือ ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นต่อมา


13 มิถุนายน พ.ศ.2471 : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ เสด็จทิวงคต
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระบิดาแห่งไปรษณีย์ไทย เสด็จทิวงคต พระนามเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล “ภาณุพันธุ์” เป็นพระโอรสองค์ที่ 45 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2402 ทรงเป็นพระอนุชาร่วมครรโภทรเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตอนปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 สยามได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น มีสถานกงสุลต่างประเทศเข้ามาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ หลายแห่ง กงสุลอังกฤษจึงได้เปิดรับจดหมายที่ส่งไปติดต่อกับต่างประเทศ โดยใช้ตราไปรษณียากรของสหพันธรัฐมลายาและอินเดีย แล้วส่งไปประทับตราวันที่ที่สิงคโปร์ โดยฝากไปกับเรือสินค้าของอังกฤษ ในปี 2418 สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ทรงจัดทำหนังสือพิมพ์ข่าวรายวันชื่อว่า “หนังสือค๊อตข่าวราชการ” หรือ “COURT” โดยจัดคนส่งหนังสือให้แก่สมาชิกทุกเช้า เมื่อไปส่งหนังสือให้สมาชิกคนไหน เขาสามารถฝากจดหมายกับคนส่งหนังสือพิมพ์ เพื่อส่งไปหาสมาชิกคนอื่นๆ ได้ โดยจะติดแสตมป์และเขียนชื่อที่อยู่ผู้รับ-ผู้ส่งให้เรียบร้อย คนส่งหนังสือข่าวราชการจึงนับเป็น บุรุษไปรษณีย์ คนแรกและเริ่มมีการติดแสตมป์บนจนดหมาย ต่อมารัชกาลที่ 5 ได้มีพระราชประสงค์ให้มีการไปรษณีย์และโทรเลขขึ้นในประเทศไทย ทรงเห็นว่ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช มีพระทัยใส่ในเรื่องการไปรษณีย์ จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชร่วมกับเจ้าหมื่นเสมอใจราช จัดตั้งกรมไปรษณีย์ และกรมโทรเลข ขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 โดยทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขพระองค์แรก ต่อมาในปี 2441 ได้ยุบทั้ง 2 กรมรวมเป็นกรมเดียวกันชื่อว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลข” นับว่ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงเป็นผู้บุกเบิกกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย ภายหลังทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย”

หนังสือเก่า