s1 s2 s3 s4 s5

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


แนะนำหนังสือ

Photo Gallery

หอสูงกับการบอกเวลา

สถาปัตยกรรมหอนาฬิกาเกิดขึ้นครั้งแรกในสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โดยก่อนหน้านี้ชนชั้นนำสยามอาศัยหอกลองทำหน้าที่ในการบอกเวลา การศึกษานี้จึงต้องการอธิบายปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมจากหอกลางมาสู่หอนาฬิกา โดยมุ่งอธิบายความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในเชิงมิติวัฒนธรรม เพื่อศึกษาว่าสถาปัตยกรรมประเภทหอนาฬิกายุคแรกในสยามเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อะไรคือแรงผลักดันให้ชนชั้นนำสยามต้องการสร้างหอนาฬิกาตลอดจนบทบาทหน้าที่ของสถาปัตยกรรมหอนาฬิกาที่มีต่อชนชั้นนำสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
 

แพทย์คนแรกประจำโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พระยาอัศวินอำนวยเวท

ประวัติโดยย่อของ
 พระยาอัศวินอำนวยเวท
(นายแพทย์ อัลฟองซ์ ปัวซ์)
 
นายแพทย์อัลฟองซ์ ปัวซ์ (Dr. Alphonse Poix) หรือที่คนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 - 6 รู้จักในนาม “หมอปัวซ์” เป็นแพทย์ชาวฝรั่งเศส ที่เดินทางเข้ามาประเทศสยามราว ค.ศ.1897 (พ.ศ.2440) ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาเมื่อโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยใน ค.ศ. 1898 คุณหมอได้รับหน้าที่เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ นับได้ว่าท่านเป็นแพทย์คนแรกของโรงพยาบาลแห่งนี้ อีกทั้งรับหน้าที่เป็นแพทย์ประจำสถานกงสุลฝรั่งเศส
 
ต่อมาคุณหมอปัวซ์ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทำหน้าที่เป็นแพทย์ประจำพระองค์ร่วมกับแพทย์ชาวต่างชาติอีกสองท่าน ท่านยังเป็นแพทย์ประจำราชสำนักเพื่อรักษาเหล่าเชื้อพระวงศ์ และรักษาบุคคลทั่วไป ชื่อของคุณหมอปรากฏในบันทึกของพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ ไกรฤกษ์) เรื่อง จดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรจนถึงสวรรคต   ความว่า
 
“วันที่ 20 ตุลาคม เวลา 3 โมงเช้า คุณพนักงานออกมาบอกว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถ มีรับสั่งให้มหาดเล็ก ไปตามหมอเบอร์เกอร์ หมอไรเตอร์ และหมอปัวซ์ ให้รีบมาเฝ้าโดยเร็ว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จออกมารับสั่ง แก่ข้าพเจ้า (พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ) ให้จัดอาหารเลี้ยงหมอ และจัดที่ให้หมออยู่ประจำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.... สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการมาฟังพระอาการ มากด้วยกัน ตั้งแต่ 5 ทุ่มได้บรรทมหลับเป็นปรกติ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ หมอฝรั่ง หมอไทย และมหาดเล็ก อยู่ประจำพรักพร้อมกันตลอดทุกเวลา....วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม เวลาเช้า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์ฯ และหมอฝรั่ง 3 คน ขึ้นไปเฝ้าตรวจพระอาการ ข้าพเจ้าก็ขึ้นไปด้วยตามเคย เมื่อกลับลงมาเห็นกิริยา ท่าทางของหมอ และเจ้านายไม่สู้ดี ได้ความว่า พระอาการหนักมาก พระบังคนเบาที่คาดว่าจะมีก็ไม่มี พิษของพระบังคนเบาซึม ไปตามเส้นพระโลหิตทั่วพระองค์ จึงทำให้เป็นพิษเซื่องซึมบรรทมหลับ อยู่เสมอ หมอตั้งพระโอสถถวาย เร่งให้มีพระบังคนเบาแรงขึ้นทุกที...

Read more...

เปิดตำนานห้างหรู ณ บางกอก

 
ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สยาม ณ เวลานั้น มีห้างขายของหรูหราที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ห้างแบดแมน ห้างเอส.เอ.บี. ห้างบี.กริมแอนโก ห้าง F.Grahlert & Co., Jewellers. ห้างสิทธิภัณฑ์ ห้างยอนแซมสัน
 
ปัจจุบันในไทยเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรูหรามากมาย มีสินค้าให้เลือกจับจ่ายได้ทั้งของไทยและของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแพรพรรณ น้ำหอม เครื่องใช้ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์หรูหรามากมาย ที่สามารถหาซื้อของทั้งหมดที่กล่าวมานั้นได้ภายในห้างเดียว แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สยาม ณ เวลานั้นจะมีห้างขายของหรูหราที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่ ถ้ามี มีห้างอะไรบ้าง แล้วห้างไหนขายอะไรบ้าง วันนี้ Sense & Scene ขอเป็นนักสืบประวัติศาสตร์มือสมัครเล่น ไปคอยสืบเสาะหาภาพ ที่ตั้งและประวัติของห้างหรูหราในยุคนั้นมาบอกกล่าวเล่าเรื่องแบบง่ายๆ ให้ท่านได้เพลิดเพลินนึกย้อนอดีตผ่านกาลเวลาไปกับพวกเรา
 
มาเริ่มย้อนอดีตผ่านเวลากันที่ห้างกลุ่มแรก ห้างขายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ประเภทสินค้าหรูหรา มียี่ห้อ ณ เวลานั้นคือ ห้างแบดแมน, เอส.เอ.บี. และ บี.กริมแอนโก สินค้าของทั้งสามห้างนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศ และเป็นสินค้าที่มีราคาแพงด้วยกันทั้งสิ้น
 
ห้างแบดแมน
มีชื่อเต็มๆ ว่า ห้างแบดแมน แอนด์กำปะนี (Harry A. Badman and Go.,) สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) นับว่าเป็นห้างฝรั่งรุ่นแรกๆ ของไทย เดิมที “ห้างแบดแมน” ตั้งอยู่ที่หัวมุมกระทรวงมหาดไทย ถนนบำรุงเมือง ก่อนจะย้ายมาตั้งอยู่ที่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา หัวถนนราชดำเนินกลาง
 

หนังสือเก่า