s1 s2 s3 s4 s5

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


ฉลองครบรอบ 25 ปี การเป็นเจ้าอาวาส วัดซางตาครู้ส ของคุณพ่อกูเลียลโม กิ๊น ดาครู้ส

 
 
ฉลองครบรอบ 25 ปี การเป็นเจ้าอาวาส
 วัดซางตาครู้ส ของคุณพ่อกูเลียลโม กิ๊น ดาครู้ส
วันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1925
ที่วัดซางตาครู้ส กุฎีจีน กรุงเทพฯ
 

สถิติประจำปี 2018/2561

 

 

สถิติประจำปี 2018/2561

วันนี้ในอดีต

 วันนี้ในอดีต/เดือนมิถุนายน


26 มิถุนายน พ.ศ.2471 : วันเกิด คำพูน บุญทวี นักเขียนซีไรต์คนแรกของไทย
วันเกิด คำพูน บุญทวี นักเขียนซีไรต์คนแรกของไทย เดิมชื่อ คูณ เกิดที่บ้านทรายมูล กิ่งอำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร เรียนหนังสือที่บ้านจนจบชั้นม. 6 เริ่มทำงานหลายอย่าง เช่น เป็นกรรมกรรับจ้าง หัวหน้าคณะรำวง ขายยาเร่ ต่อมาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาเป็นกรรมกร คนเลี้ยงม้าแข่ง สารถีสามล้อ กระทั่งได้เป็นครูที่ภาคใต้อยู่ 11 ปี ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นผู้คุมเรือนจำ และเริ่มเขียนหนังสือครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2513 เรื่องสั้นเรื่องแรก คือ "รักในเหวลึก" หรือ "นิทานลูกทุ่ง" นวนิยายเรื่องแรกคือ "มนุษย์ 100 คุก" ในปี 2520 นวนิยายเรื่อง "ลูกอีสาน" ได้รับรางวัลซีไรท์ เมื่อ 2520 ซึ่งเป็นนักเขียนรางวัลซีไรต์คนแรกของเมืองไทย คำพูน บุญทวี ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2544 ก่อนจะเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2546


26 มิถุนายน พ.ศ.2329 : วันเกิด พระสุนทรโวหาร (ภู่) กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วันเกิดพระสุนทรโวหาร (ภู่) หรือ สุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 เริ่มเรียนหนังสือที่วัดชีปะขาว ปัจจุบันคือวัดศรีสุดาราม ที่บางกอกน้อย ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนในกรมพระคลังสวน แต่งานที่รักที่สุดคือการเขียนบทกลอน ในสมัยรัชกาลที่ 2 ระหว่างที่รับราชการในกรมอาลักษณ์ ต้องจำคุกเพราะเมาสุรา สมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ออกจากราชการไปบวช เมื่อลาสิกขาแล้วถวายตัวอยู่กับพระองค์เจ้าลักขณานุคุณได้ปีหนึ่ง ครั้นเจ้านายพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ จึงขาดที่พึ่งได้รับความลำบากมาก ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขายเลี้ยงชีวิต ในปี 2394 ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ฝ่ายพระราชวังบวร มีบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ตลอดชีวิตได้สร้างผลงานไว้มากมายทั้งนิทานคำกลอน กาพย์กลอนต่าง ๆ นิราศไว้เป็นจำนวนมากเช่น พระอภัยมณี, นิราศภูเขาทอง, นิราศพระบาท ฯลฯ องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศเกียรติคุณให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในปี 2539

26 มิถุนายน พ.ศ.2362 : ดับเบิลยู. เค. คลาร์กสัน จูเนียร์ จดสิทธิบัตรจักรยาน
ดับเบิลยู. เค.คลาร์กสัน จูเนียร์ (W.K.Clarkson,jr.) จดสิทธิบัตรจักรยาน ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า "velocipede” ที่มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่น่าเสียดายที่สิทธิบัตรชิ้นนี้สูญหายไปในคราวที่สำนักงานถูกไฟไหม้ จึงไม่ทราบว่าจักรยานของคลาร์กสันมีลักษณะอย่างไร ทั้งนี้ จักรยานเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในคริสตศตวรรษที่ 18 และเริ่มแพร่หลายในคริศตศตวรรษที่ 19 ต้นกำเนิดของจักรยานนั้นมีหลายสายความเชื่อ สายหนึ่งเชื่อว่า จักรยานเริ่มต้นที่ฝรั่งเศสในปี 2330 โดย Chevalier de Sivrac มีลักษณะเหมือนม้ามีล้อหน้า-หลัง ทำด้วยไม้ ผู้ขับขี่จะต้องใช้ประคองวิ่งไป อีกสายหนึ่งเชื่อว่า จักรยานคันแรกกำเนิดขึ้นในเยอรมนี เมื่อปี 2360 โดย Baron Darl de Drais de Sauerbrun เรียกว่า "Laufmaschine" แปลว่าเครื่องวิ่ง มีลักษณะคล้ายจักรยานปัจจุบัน คือมีล้อหน้า-หลัง มีคันบังคับเลี้ยว และมีที่ห้ามล้อ แต่ก็ต้องใช้เท้าประคองวิ่งเหมือนกัน Baron Darl de Drais de Sauerbrun จึงได้ชื่อว่าเป็น “บิดาของจักรยาน” มาจนทุกวันนี้ ขณะที่ชาวอียิปต์เชื่อว่า จักรยานพัฒนามาจากความคิดของบรรพบุรุษพวกเขา โดยมีภาพเขียนโบราณที่ขุดพบเป็นหลักฐานอ้างอิง ส่วน เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ก็เคยออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่มีลักษณะคล้ายจักรยานในปัจจุบัน ใช้วิธีทุ่นแรงด้วยโซ่และรอก ซึ่งก้าวหน้ามากในยุคนั้น และในปี 2382 จักรยานคันแรกซึ่งมีลักษณะสมบูรณ์ก็สร้างเสร็จ โดย เคิร์กแพทริก แม็คมิลแลน (Kirkpatrick Macmillan) ช่างตีเหล็กชาวสก็อต มีตัวถังหรือเฟรม (Frame) ทำด้วยเหล็ก ล้อหน้าหลังขนาดต่างกันหุ้มยาง มีบันไดสำหรับถีบ จากนั้นจักรยานก็ได้รับการพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ ในแถบยุโรป จนปัจจุบันนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้ทำให้จักรยานกลายเป็นพาหนะที่มีหลากหลายประเภท ทั้งรถจักรยานใช้งานทั่วไป “จักรยานถนน” หรือ “เสือหมอบ” (Rode Bike) "จักรยานเสือภูเขา” (Mountainbike) "จักรยานไฮบริด” (Hybrid Bike) "จักรยานทัวริง” (Touring Bike) "จักรยานแทนเด็ม” (Tandem Bike) ฯลฯ วัสดุในการผลิตก็มีอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ ไม้ไผ่ หวาย (ในเวียดนาม) เหล็กธรรมดา ๆ โครโมลี (Chomoly) อลูมิเนียม สแกนเดียม คาร์บอนไฟเบอร์ ไปจนถึง ไททาเนียม (Titanium) มีเกียร์ให้ใช้ถึง 30 เกียร์ คาดกันว่าทั่วโลกมีจักรยานไม่ต่ำกว่าพันล้านคัน นิยมใช้กันมากในประเทศแถบยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม

หนังสือเก่า