s1 s2 s3 s4 s5

ขอเชิญพี่น้องร่วมพิธีมิสซาระลึกถึง พระอัครสังฆราช ยอแซฟ ยวง นิตโย


 

ขอเชิญพี่น้องร่วมพิธีมิสซาระลึกถึง พระอัครสังฆราช ยอแซฟ ยวง นิตโย ในวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2019 เวลา 11.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ 

 

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


องค์ที่ 266 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส (Pope Francis 2013-ปัจจุบัน)

 
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
 
(Pope Francis ค.ศ. 2013-ปัจจุบัน) 

Read more...

สถิติประจำปี 2018/2561

 

 

สถิติประจำปี 2018/2561

วันนี้ในอดีต

 วันนี้ในอดีต/เดือนกันยายน


14 กันยายน พ.ศ.2503 : วันก่อตั้ง โอเปก หรือ องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน
วันก่อตั้ง "โอเปก” หรือ “องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน” (OPEC-Organization of Petroleum Exporting Countries) โดยสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง 5 ประเทศคือ อิหร่าน, อิรัก, คูเวต, ซาอุดิอาระเบีย และ เวเนซูเอลา ต่อมาได้มีสมาชิกเข้ามาเพิ่มตามลำดับได้แก่ กาตาร์, อินโดนีเซีย, ลิเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, แอลจีเรีย, ไนจีเรีย, เอกวาดอ (ถอนตัวในปี 2535) และสมาชิกล่าสุดเมื่อต้นปี 2550 ที่ผ่านมาคือ แองโกลา รวมเป็น 12 ประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จุดประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อเป็นตัวกลางประสานงานด้านนโยบายน้ำมันระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมันรักษาระดับราคาให้มีความเป็นธรรม และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศผู้ผลิตปิโตรเลียมการรวมตัวของกลุ่มผู้ผลิตนำมันรายใหญ่ทำให้โอเปกสามารถกำหนดปริมาณการผลิตน้ำมันซึ่งจะมีผลต่อการขึ้นลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก โปเปกเป็นกลุ่มที่ผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในโลกคือ 41.7 % ของทั้งโลก (ปี 2548) รองลงมาคือกลุ่ม OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ผลิตได้ประมาณ 14.8-23.8 % ของปริมาณน้ำมันดิบในโลก


14 กันยายน พ.ศ.2476 : วันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน สิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงเป็นโอรสองค์ที่ 35 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาวาด (กัลยาณมิตร) พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ประสูติเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2424 ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ จากนั้นเสด็จไปศึกษาที่ยุโรป ทรงสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ที่ ตรินิตีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ประเทศอังกฤษ วิชาทหารช่างที่ฝรั่งเศส และทรงศึกษาการสร้างทำนบและขุดคลองที่เนเธอร์แลนด์ เสด็จนิวัติพระนครในปี 2447 ทรงเข้ารับราชการทหาร ที่เหล่าทหารช่าง กรมยุทธนาธิการทหารบก ในปี 2451 ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรก ทรงเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารแผนใหม่โดยนำความรู้วิชาการทหารแผนใหม่จากตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารในประเทศ เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมรถไฟสายเหนือและใต้เข้าด้วยกันเรียกว่า “กรมรถไฟหลวง” จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าบุรฉัตรฯ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงในปี 2460 พระองค์เป็นผู้ทรงนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้เป็นประเทศแรกในเอเชีย ทรงขยายเส้นทางเดินรถไฟสายต่างๆ ภายหลังจึงทรงได้รับสมญานามว่า "พระบิดาแห่งรถไฟไทย" นอกจากนี้ยังทรงรับผิดชอบงานสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ ทรงเป็นผู้นำเครื่องจักรมาสำรวจขุดเจาะน้ำมันและถ่ายหิน ทรงตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงเป็นครั้งแรกในปี 2473 อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีสภา ทำหน้าที่ปรึกษาราชการในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงต้นสกุล "ฉัตรชัย” ด้วยพระเกียรติคุณนานับประการของพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร การทางราชการจึงได้กำหนดเอาวันที่ 14 กันยายนของทุกปีเป็น "วันบุรฉัตร" ภายหลังเมื่อมีการตัดถนนเชื่อมระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดีในพื้นที่ของการรถไฟในปี 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานนามว่า "ถนนกำแพงเพชร” เพื่อระลึกถึงพระองค์


14 กันยายน พ.ศ.2066 : สมเด็จพระสันตะปาปาเอเดรียนที่ 6 สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระสันตะปาปาเอเดรียนที่ 6 (Pope Adrian VI) สิ้นพระชนม์ พระองค์มีพระนามเดิมว่า เอเดรียน ฟลอริสซ์ โบเยนส์ (Adrian Florisz Boeyens) ประสูติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2002 ที่เมืองยูเทรคท์ (Utrecht) ประเทศเนเธอร์แลนด์ปัจจุบัน เข้าเรียนวิชาปรัชญา เทววิทยาและกฎหมายศาสนาจากมหาวิทยาลัยเลอเวน (Catholic University of Leuven) จนจบปริญาเอกเทววิทยาในปี 2034 ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ของ พระจักรพรรดิ ชาร์ลส์ที่ 5 แห่งโรมัน (Emperor Charles V) และทรงได้รับเลือกให้เป็นพระสันตะปาปาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2065 ขณะมีพระชนได้ 65 พรรษา ในสมัยนั้นคริตศาสนานิกายโรมันคาธอลิกกำลังเสื่อม เนื่องจากพระผู้ใหญ่หลายคนต่างหมกมุ่นอยู่กับพิธีกรรม ขายใบไถ่บาป และใช้ชีวิตหรูหรา จนนิกายโปรเตสแตนท์กำลังมีผู้คนให้ความเลื่อมใสมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้รับตำแหน่งพระองค์ก็ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะปฏิรูปศาสนา โดยการปรับปรุงนิกายคอทอลิกให้เคร่งครัด น่าเลื่อมใสยิ่งขึ้น เช่นการพยายามยกเลิกการขายใบไถ่บาป พระองค์มีความเคร่งศาสนามาก และทรงมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านนิกายโปรเตสแตนท์ พระองค์ทรงไม่โปรดความฟุ่มเฟือยและสิ่งสนุกสนาน ศิลปินและนักดนตรีในกรุงโรมจึงไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างที่เคยเป็นมา จึงพากันย้ายออกไปเกือบหมด ส่งผลให้วัฒนธรรมการดนตรีและศิลปะของสันตสำนักตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งสันตปาปาพระองค์พยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คริสตศาสนานิกายโรมันคาธอลิก แต่เนื่องจากดำรงค์ตำแหน่งได้เพียงปีเดียวก็ทรงสิ้นพระชนม์ จึงไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก

หนังสือเก่า