s1 s2 s3 s4 s5

น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย




ทรงพระจริญ รัชกาลที่ 10

 

 

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


แนะนำหนังสือ

Photo Gallery

เรือในพระราชพิธี

นับแต่โบราณมา คนเรานิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำหรือใกล้น้ำกันเป็นส่วนมาก ไม่เฉพาะแต่คนไทยเท่านั้น แม้ทุกชาติทุกภาษาก็เป็นเช่นนี้ ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การดำรงชีพ ด้วยน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งของมนุษย์  เป็นทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภค และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ แม่น้ำยังเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ ด้วยการเดินทางบกตามถนนก็มี แต่ไม่สะดวกและเจริญอย่างปัจจุบัน เพราะดินแดนที่อยู่ลึกจากทางน้ำเข้าไปเมื่อออกนอกเมืองแล้วมักจะเป็นป่าทึบเสียเป็นส่วนมาก เต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากโจรผู้ร้ายและสัตว์ป่าที่ดุร้าย ด้วยเหตุนี้คนจึงนิยมเดินทางทางน้ำกัน ทั้งการติดต่อสื่อสารและการค้าขาย พาหนะทางน้ำคือ เรือ จึงเป็นพาหนะที่สำคัญ สามารถบรรทุกสิ่งของได้มากและเสียค่าใช้จ่ายน้อย จึงมีการต่อเรือให้มีขนาดและแบบต่างๆ เพื่อความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ที่จะนำมาใช้ในวิถีชีวิต ดังนั้นจึงเห็นว่ามีเรือหลายแบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการต่างๆ เช่น เรือบด เรือแจว เรือเป็ด เรือฉลอม เรือแซ เรือเอี่ยมจุ้น เรือสำปั้น เรือสำเภา เป็นต้น เรือเหล่านี้ล้วนแต่นำมาใช้ในการต่างๆ กัน เช่น ใช้สัญจรไปมา ใช้บรรทุกของไปขาย และเป็นเรือรบเพื่อป้องกันข้าศึกและลำเลียงยุทโธปกรณ์ ดังนั้นเรือแต่ละประเภทจะมีการประดับตกแต่งเพื่อความสวยงามด้วย
 
การประดับตกแต่งเรือก็ขึ้นอยู่กับลักษณะหน้าที่ของเรือและฐานะของผู้เป็นเจ้าของเรือด้วย ส่วนมากแล้วเรือของราษฎรจะมีลักษณะเรียบง่ายไม่ตกแต่งลวดลายมากนัก แต่เรือของเจ้านายและขุนนางชั้นสูงมักจะได้รับการตกแต่งหรือต่อขึ้นอย่างงดงามวิจิตรบรรจง เพื่อแสดงถึงฐานะของผู้ใช้หรือเจ้าของ
 
 
เรือนั้นนอกจากจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ในสมัยโบราณเรือยังถูกนำมาใช้ในการประกอบพระราชพิธีตามความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ เช่น พิธีอาศยุช ที่ทำกันในเดือน ๑๑ อันเป็นพิธีสังเวยพระนารายณ์ (วิษณุ) ปางเกษียรสมุทรและพระลักษมี คือ เรือพระที่นั่งชัยเฉลิมธรณินกับเรือพระที่นั่งชัยสินธุพิมาน พิธีจองเปรียงหรือสมัยใหม่เรียกว่าประเพณีลอยกระทง

Read more...

คอนสแตนติน ฟอลคอน เป็นคนอย่างไร

เอกสารประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงชายหนุ่มชาวยุโรปผู้หนึ่งซึ่งรับราชการในตำแหน่งสูงระดับ “อัครมหาเสนาบดี” เป็นที่โปรดปรานทำให้มีวาสนาบารมีเหนือกว่าผู้ใดในกรุงสยาม  เขาผู้นั้นมีนามว่า “คอนสแตนติน ฟอลคอน” และได้รับบรรดาศักดิ์ที่ “ออกญาวิชเยนทร์” หรือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์
 
เรื่องราวของ คอนสแตนติน ฟอลคอน มีลักษณะเสมือนเป็นตัวละครในนวนิยายย้อนยุคมากกว่าจะเป็นชีวิตของคนเดินดิน ซึ่งพอสรุปสาระสำคัญได้ว่า 
 
๑. เป็นฝรั่งเชื้อสายกรีกและอิตาเลียน ถือกำเนิดประมาณปี พ.ศ. ๒๑๙๐ (ค.ศ. ๑๖๔๗) ในแคว้นเซฟาโลเนีย ประเทศกรีซ เมื่อมีอายุได้ ๑๕ ปี ในปี พ.ศ. ๒๒๐๕ (ค.ศ. ๑๖๖๒)  ได้ออกจากบ้านไปทำงานอยู่ในเรือสินค้าอังกฤษ ซึ่งท่องทะเลทำการค้าจากอังกฤษไปยังส่วนต่างๆ ของทวีปเอเชีย เป็นเวลานับ ๑๐ ปี จนกระทั่งลาออกไปทำงานอยู่กับนักธุรกิจใหญ่ชาวอังกฤษผู้ตั้งฐานอยู่ในกรุงศรีอยุธยา และมีโอกาสได้เดินทางไปเมืองจีนและญวนเหนือ คอนสแตนติน ฟอลคอน เข้ามาเมืองไทยประมาณปี พ.ศ. ๒๒๑๔ (ค.ศ. ๑๖๗๕)  เมื่อมีอายุได้ประมาณ ๒๘ ปี มีความรอบรู้และประสบการณ์ในเรื่องการค้าขายเป็นอย่างดี และสามารถพูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ, โปรตุเกส, และมลายู ดังนั้นเมื่อนักธุรกิจผู้เป็นนายเดินทางกลับประเทศอังกฤษ ฟอลคอนก็ได้เข้ารับราชการกับเจ้าพระยาพระคลัง (โกษาเหล็ก) ในหน้าที่ล่ามในการดูแลการค้าต่างประเทศซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ “พระคลัง” จนกระทั่งมีโอกาสถวายตัวต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งราชการอย่างรวดเร็ว คอนสแตนติน ฟอลคอน สมรสกับดอญา มารี กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) ผู้เป็นลูกครึ่งโปรตุเกสและญี่ปุ่นในปี พ.ศ. ๒๒๒๕ (ค.ศ. ๑๖๘๒) ซึ่งขณะนั้นฟอลคอนได้รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วในวัย ๓๕ ปี มีความคล่องแคล่วในภาษาไทยและการใช้ราชาศัพท์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสำนัก
 
  
คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือออกญาวิชเยนทร์

Read more...

Latin Vaijakon 1929

 

 

Research and Study

ต้นกำเนิด...เกิดตำนานสิ่งแรกในอดีต  


ตั้งโรงพยาบาล

หนังสือเก่า

 

DEUTSCHER KLUB BANGKOK-THAILAND 1891-1941