s1 s2 s3 s4 s5

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


แนะนำหนังสือ

Photo Gallery

แม่น้ำเจ้าพระยาในประวัติศาสตร์

 
ในประวัติศาตร์ของชาติไทย ได้มีชาวต่างชาติเดินทางมาสู่กรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งทางการทูต ทางการค้า ทางการศาสนา ตลอดจนการท่องเที่ยว และได้บันทึกสิ่งที่พบเห็นตลอดลำน้ำเจ้าพระยา บันทึกของชาวต่างชาติให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์แก่เราได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงขอนำส่วนหนึ่งของบันทึกชาวต่างชาติที่เกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเรียงลำดับตามระยะเวลาจากสมัยอยุธยาถึงรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 
เมอซิเออ เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ที่เดินทางมาถวายพระราชสาส์นเจริญพระราชไมตรีกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บรรยายถึงแม่น้ำเจ้าพระยาว่า
 
“...แม่น้ำ (Menam) ไหลผ่านตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนกระทั่งตกทะเล กล่าวคือจากเหนือมาใต้ คำว่า แม่น้ำ นี้ มีความหมายเช่นเดียวกับแม่น้ำ (Mere-eau) อันแปลว่าลำน้ำใหญ่ (grande eau) แม่น้ำนี้ได้รับน้ำจากลำน้ำลำห้วยหลายสายระเรื่อยมาทั้งสองฟากฝั่งจากเทือกเขาทั้งสองด้านที่กล่าวถึงนั้น แล้วก็ไหลลงสู่ปากอ่าวสยามแยกออกเป็นสามแคว แควที่ใช้ในการเดินเรือได้สะดวกนั้นคือลำน้ำสายทางด้านทิศตะวันออก”
 

เรือนแพบริเวณปากน้ำโพ จุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา
รัชกาลที่ ๕ ทรงฉายเมื่อคราวเสด็จประพาสต้น
 
บาทหลวงกีย์ ตาชารด์ ซึ่งร่วมเดินทางมาในคณะราชทูตเชอร์วาลิเอร์ เดอ โชมองต์ ของพระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส ได้บรรยายถึงลักษณะของสันดอนแม่น้ำเจ้าพระยา

“ประเทศที่ ๓” มองกรณี ร.ศ. ๑๑๒ ฝรั่งเศสไม่คิดยึดเมืองไทย แต่มุ่งหวังจัดตั้งสหภาพอินโดจีน

ชาวสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ตั้งสมมุติฐานและปลุกอารมณ์สังคมไว้อย่างรุนแรง ถึงเป้าหมายของฝรั่งเศสนำไปสู่ปฏิบัติการทางทหารที่ปากน้ำเจ้าพระยา หรือวิกฤติการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เป็นเหตุให้ไทยต้องเสียฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทว่าหลังจากควันปืนจางลง นักสังเกตการณ์ภายนอกประเทศตั้งข้อสังเกตว่ามันไม่ใช่ความบาดหมางกันเป็นส่วนตัวเลย แต่กลับพบว่าการเผชิญหน้ากันอาจหลีกเลี่ยงได้ ความสูญเสียเป็นเรื่องปลายเหตุ และแผนของฝรั่งเศสก็มิใช่การทำลายเอกราชของชาติไทยเลยแม้แต่น้อย
 
หากจะมองวิกฤติการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ อย่างรอบคอบและรอบด้านด้วยหลักเหตุผล ก็ต้องมองจากการวิเคราะห์สถานการณ์โดยสำนักข่าวต่างประเทศที่เป็นกลางๆ  และมิได้ตัดสินเหตุการณ์จากความรู้สึกหรือการสูญเสียของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเกณฑ์
 
โดยข่าวสารที่มีน้ำหนักที่สุด ได้แก่ข่าวการเมืองในระยะ ๑-๒ สัปดาห์ ภายหลังการปะทะกันที่ปากน้ำเจ้าพระยา นั่นก็คือกลังจากวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๓๖ แล้ว เพราะกระแสข่าววันเกิดเหตุนั้นยังเป็นข่าวดิบที่ปราศจากการกลั่นกรองสถานการณ์ที่แท้จริงภายใต้สภาวการณ์ที่เร่าร้อน ฮึกเหิมและใส่ไคล้ของแต่ละฝ่าย ยังใช้เป็นบรรทัดฐานไม่ค่อยได้
 
วารสาร PUNCH ของอังกฤษ (ประเทศที่ ๓) วาดรูปล้อเลียน กรณี ร.ศ. ๑๑๒ ด้วยภาพ "การสงบนิ่งแบบเหนือเมฆ"
ของรัฐบาลอังกฤษ มีภาพนักการเมืองอังกฤษวิพากษ์อย่างเฉยเมยว่า "สัญญาหรือไม่มีสัญญา ฉันก็จะค้าขายเหมือนเดิม"
ในขณะที่แม่ทัพฝรั่งเศสบีบคั้นให้เจ้ากรุงสยามยอมความในข้อเรียกร้องของตน อ่านบทสนทนาของการ์ตูนท้ายบทความ
 

Read more...

เทศกาลตรุษจีนและชาวจีนในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม

“...รู้สึกเจ็บใจที่ถึงตรุษจีนทีไรเจ๊กปิดร้านขายของหมด หมูก็ไม่มีกินกับข้าวไม่มีขาย เป็นเพราะคนไทยชอบแต่สบาย ทำราชการ ไม่รู้จักหัดทำมาค้าขายกับเข้าบ้าง...”
 
เป็นคำให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสภาพของสังคมในสมัยนั้น ว่าการค้าขายแทบทั้งหมดอยู่ในมือของชาวจีนเกือบทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อถึงเทศกาลอันเป็นประเพณีสำคัญของชาวจีน ร้านค้าของชาวจีนทั้งหมดจะหยุดดำเนินกิจการ เป็นเหตุให้เกิดความลำบากโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน
 

บรรยากาศร้านขายข้าวต้มของชาวจีนในสยาม ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ ๕

Read more...

ถ้าไม่ทำสิ่งต่อไปนี้... สยามคงถูกอังกฤษถล่มไปแล้วตั้งแต่ในรัชกาลที่ ๔

๑๖๐ ปี (พ.ศ. ๒๓๙๘-๒๕๕๘) ภายหลังการทำสนธิสัญญาเบาริ่ง สยามก็เข้าสู่ระบบการค้าสากลที่เซอร์จอห์น เบาริ่ง เป็นผู้นำเข้ามา ทำให้สามารถติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกอย่างเท่าเทียมในรูปแบบการค้าเสรี และคนโดยมากก็จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเซอร์จอห์นได้มันไปด้วยความอัปยศ หน้าฉากของความสำเร็จอาจเป็นความเจริญแบบสุดๆ ของระบบเศรษฐกิจที่เป็นแม่แบบของการค้าในปัจจุบัน แต่หลังฉากกลับเป็นการเบียดเบียน กดขี่ข่มเหง และวางอำนาจบาตรใหญ่ของอังกฤษ
 
ภายหลังจากที่อังกฤษไม่สามารถกดดันให้จีนเปิดเมืองท่า  และทำการค้ากับอังกฤษอย่างเสรีนั้น  อังกฤษก็จำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรงกับจีนเกิดเป็นสงครามแห่งความอัปยศในซีกโลกตะวันออกที่รู้จักกันดีว่า “สงครามฝิ่น” (Opium War)
 
ภาพเมืองกวางตุ้งถูกถล่มโดยเรือรบอังกฤษนอกชายฝั่งตามคำสั่งของ เซอร์จอห์น เบาริ่ง ภายหลังรัฐบาลจีนบิดพลิ้วสนธิสัญญาเทียนสิน ราษฎรบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก จากนั้นเซอร์จอห์นก็นำเรือรบเข้ามาข่มขู่ถึงพระนคร หากไทยปฏิเสธความหวังดีของอังกฤษ สยามก็คงจะต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับเมืองจีน (ภาพจาก ILLUSTRATED TIMES, 21 March 1857 ขณะเกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ ๒)

Read more...

History of the Church

ประวัติวัดในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 


ฉลองวัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม เวลา 10.30 น.


ฉลองวัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม เวลา 10.00 น.


ฉลองวัดนักบุญลูกา อู่ทอง
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม เวลา 10.30 น.


ฉลองวัดอัครเทวดาราฟาแอล ปากน้ำ
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม เวลา 10.30 น.


ฉลองวัดราชินีแห่งสันติสุข สุขุมวิท 101
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม เวลา 10.30 น.

 

Research and Study

ต้นกำเนิด...เกิดตำนานสิ่งแรกในอดีต


แรกมีประชาธิปไตยในสยาม  

หนังสือเก่า

 

DEUTSCHER KLUB BANGKOK-THAILAND 1891-1941