s1 s2 s3 s4 s5

ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


Photo Gallery

คอนสแตนติน ฟอลคอน เป็นคนอย่างไร

เอกสารประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงชายหนุ่มชาวยุโรปผู้หนึ่งซึ่งรับราชการในตำแหน่งสูงระดับ “อัครมหาเสนาบดี” เป็นที่โปรดปรานทำให้มีวาสนาบารมีเหนือกว่าผู้ใดในกรุงสยาม  เขาผู้นั้นมีนามว่า “คอนสแตนติน ฟอลคอน” และได้รับบรรดาศักดิ์ที่ “ออกญาวิชเยนทร์” หรือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์
 
เรื่องราวของ คอนสแตนติน ฟอลคอน มีลักษณะเสมือนเป็นตัวละครในนวนิยายย้อนยุคมากกว่าจะเป็นชีวิตของคนเดินดิน ซึ่งพอสรุปสาระสำคัญได้ว่า 
 
๑. เป็นฝรั่งเชื้อสายกรีกและอิตาเลียน ถือกำเนิดประมาณปี พ.ศ. ๒๑๙๐ (ค.ศ. ๑๖๔๗) ในแคว้นเซฟาโลเนีย ประเทศกรีซ เมื่อมีอายุได้ ๑๕ ปี ในปี พ.ศ. ๒๒๐๕ (ค.ศ. ๑๖๖๒)  ได้ออกจากบ้านไปทำงานอยู่ในเรือสินค้าอังกฤษ ซึ่งท่องทะเลทำการค้าจากอังกฤษไปยังส่วนต่างๆ ของทวีปเอเชีย เป็นเวลานับ ๑๐ ปี จนกระทั่งลาออกไปทำงานอยู่กับนักธุรกิจใหญ่ชาวอังกฤษผู้ตั้งฐานอยู่ในกรุงศรีอยุธยา และมีโอกาสได้เดินทางไปเมืองจีนและญวนเหนือ คอนสแตนติน ฟอลคอน เข้ามาเมืองไทยประมาณปี พ.ศ. ๒๒๑๔ (ค.ศ. ๑๖๗๕)  เมื่อมีอายุได้ประมาณ ๒๘ ปี มีความรอบรู้และประสบการณ์ในเรื่องการค้าขายเป็นอย่างดี และสามารถพูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ, โปรตุเกส, และมลายู ดังนั้นเมื่อนักธุรกิจผู้เป็นนายเดินทางกลับประเทศอังกฤษ ฟอลคอนก็ได้เข้ารับราชการกับเจ้าพระยาพระคลัง (โกษาเหล็ก) ในหน้าที่ล่ามในการดูแลการค้าต่างประเทศซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ “พระคลัง” จนกระทั่งมีโอกาสถวายตัวต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งราชการอย่างรวดเร็ว คอนสแตนติน ฟอลคอน สมรสกับดอญา มารี กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) ผู้เป็นลูกครึ่งโปรตุเกสและญี่ปุ่นในปี พ.ศ. ๒๒๒๕ (ค.ศ. ๑๖๘๒) ซึ่งขณะนั้นฟอลคอนได้รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วในวัย ๓๕ ปี มีความคล่องแคล่วในภาษาไทยและการใช้ราชาศัพท์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสำนัก
 
  
คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือออกญาวิชเยนทร์

Read more...

วันนี้ในอดีต

 วันนี้ในอดีต/เดือนเมษายน


20 เมษายน พ.ศ.2487 : วันเกิด ขรรค์ชัย บุนปาน ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชน
ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชน เกิดที่ราชบุรี เรียนจบจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มเขียนบทกวี เรื่องสั้น นวนิยายและบทความคอลัมน์ลงตามหน้านิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่างๆ มาแต่ครั้งอดีต เช่น สยามรัฐรายวัน, สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์, เฟื่องนคร, ชาวกรุง, วิทยาสารปริทัศน์ ฯลฯ ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ก่อตั้งนิตยสาร ประชาชาติรายสัปดาห์ และพัฒนามาเป็น ประชาชาติรายวัน และขยายกิจการเป็น มติชนรายวัน และ มติชนรายสัปดาห์ นอกจากใช้ชื่อจริงในทางการประพันธ์แล้วเขายังมีอีกหลายนามปากกา อาทิ บุญมือ ชนบท, ช้าง เฟื่องนคร, ขรรค์ชัยศรี, หวานเย็น, หมากรุก เป็นต้น เขาได้รับรางวัล ช่อการะเกดเกียรติยศ ในปี 2548 ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัท มติชนจำกัด (มหาชน) เจ้าของเครือข่ายหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพของไทย
20 เมษายน พ.ศ.2445 : สามารถสกัด เรเดียม คลอไรด์ บริสุทธิ์ได้เป็นครั้งแรก
ปิแอร์ กูรี (Pierre Curie) และ มารี กูรี (Marie Curie) คู่สามีภรรยานักเคมีชาวโปแลนด์ สามารถสกัด เรเดียม คลอไรด์ (radium chloride) บริสุทธิ์ได้เป็นครั้งแรก จากนั้นทั้งสองก็พยายามสกัดแร่เรเดียมให้บริสุทธิ์ จนได้เรเดียมคลอไรด์ ซึ่งสามารถแผ่รังสีได้มากกว่ายูเรเนียมถึงกว่า 2 ล้านเท่า ต่อมาก็ค้นพบว่าเรเดียมสามารถรักษาโรคผิวหนังและโรคมะเร็งได้ แล้วนำผลงานชิ้นนี้ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับรางวัล โนเบล สาขาฟิสิกส์ ในปี 2446 หลังจากทีปีแอร์ผู้เป็นสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2449 มารีก็ยังคงทุ่มเทศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับธาตุเรเดียมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป จนได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้งในปี 2454 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอจัดตั้งแผนกเอกซเรย์เคลื่อนที่เพื่อตระเวนรักษาทหารที่บาดเจ็บตามหน่วยต่างๆ และสามารถรักษาทหารด้วยรังสีเอกซ์กว่า 100,000 คน หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลง มารีได้กลับมาทำงานอีกครั้ง จนในที่สุดเธอก็ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีของเรเดียม ทำให้ไขกระดูกถูกทำลายและเสียชีวิตในวันที่ 4 กรกฎาคม 2477 นับว่าการค้นพบและสกัดแร่เรเดียมของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านนี้ได้มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด เพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ จนมีการค้นพบวิธีการรักษาโดยการฉายรังสีเรเดียม
20 เมษายน พ.ศ.2405 : ทดสอบการฆ่าเชื้อด้วยวิธีการ พาสเจอร์ไรซ์เซชันครั้งแรก
หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และ คล็อด เบร์นาร์ (Claude Bernard) นักสรีรศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้ทดสอบการฆ่าเชื้อด้วยวิธีการ พาสเจอร์ไรซ์เซชัน (pasteurization) เป็นครั้งแรก  โดยเขาค้นพบเชื้อจุลินทรีย์ในระหว่างการศึกษาสาเหตุที่ทำให้ไวน์เสียรสขณะบ่ม เขาพบว่าหากนำไวน์ไปอุ่นให้ร้อน จะช่วยฆ่าแบคทีเรียที่จะเปลี่ยนไวน์ให้เป็นน้ำส้มสายชูได้  เขาจึงทดลอง โดยการนำของเหลวเช่น น้ำนม ไปต้มที่อุณหภูมิ 145 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้จุลินทรีย์ตายหมด ก่อนนำไปบรรจุใส่ขวด จากนั้นใช้สำลีอุดปากขวดเพื่อป้องกันไม่ใช้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไป ผลปรากฎว่านมสดอยู่ได้นานกว่าปกติ โดยที่ไม่เน่าเสีย จากนั้นปาสเตอร์ได้นำวิธีการดังกล่าวไปใช้กับเครื่องดื่มชนิดอื่น เช่น เหล้า เบียร์ และไวน์ วิธีการพาสเจอร์ไรซ์จึงแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันนี้

หนังสือเก่า