องค์ที่ 167 สมเด็จพระสันตะปาปาบุญราศียูจีนี ที่ 3 (Bl. Eugene III ค.ศ. 1145-1153)

 

สมเด็จพระสันตะปาปาบุญราศียูจีนี ที่ 3

 (Bl. Eugne III ค.ศ. 1145-1153)
 
พระองค์เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกที่มาจากคณะนักพรตซิสเตอร์เซียน ชื่อเดิม คือ แบร์นาโด ปิญาเทลลี เกิดที่เมืองปิซา จากครอบครัวคนจน (บางคนบอกว่าพระองค์มาจากตระกูลขุนนาง) พระองค์ได้รับการศึกษาที่เมืองปิซ่านั่นเอง เมื่อบวชแล้วต่อมาก็ได้รับตำแหน่งสูงในสังฆมณฑล ในปี ค.ศ. 1130 พระองค์ได้พบกับนักบุญเบอร์นาร์ดแห่งแคลโวซ์ รู้สึกประทับใจในตัวท่านนักบุญจึงขอสมัครเป็นลูกศิษย์ และเข้ารับการอบรมเป็นนักพรตที่อารามแคลโวซ์ ต่อมาภายหลังได้รับมอบหมายให้ไปเทศนาตามที่ต่างๆ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิการอารามนักบุญวินเซนต์และอนัสตาซิอุสที่อยู่นอกกำแพงโรม ท่านเป็นอธิการด้วยในช่วงที่พระสันตะปาปาลูซิอุส ที่ 2 สิ้นพระชนม์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1145 ท่านได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบต่อมา อันนำความประหลาดใจให้ผู้คนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักบุญเบอร์นาร์ดเองที่เห็นว่าพระคาร์ดินัลน่าจะเลือกคนที่มีประสบการณ์มากกว่านักพรตผู้ต่ำต้อยในคณะของท่าน แต่เวลาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การเลือกครั้งนี้ ไม่ใช่การเลือกธรรมดา เมื่อพระสันตะปาปาลูซิอุสสิ้นพระชนม์ บรรดาพระคาร์ดินัลก็รีบนำพระศพของท่านออกไปนอกเมือง และจัดการตามธรรมเนียมประเพณีอย่างรีบเร่ง เพราะเกรงว่าเมือพวกขุนนางของบ้านเมืองทราบจะวุ่นวายมากขึ้น เป็นต้น กลัวว่าพวกเขาจะบังคับให้พระคาร์ดินัลเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่พวกเขาต้องการอีก
 
เมื่อทำพิธีฝังพระศพเสร็จบรรดาพระคาร์ดินัลได้มารวมกันที่อารามนักบุญคานิซีอุสอย่างลับๆ และได้ลงมติเลือกตั้งแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนคือ เลือกจากคนที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม และไม่ได้เป็นพระคาร์ดินัล ผลการเลือก (ไม่แจ้งชัดว่าเพราะเหตุใด) ปรากฏออกมาว่าให้ท่านอธิการปิญาเทลลีเป็นพระสันตะปาปาองค์ต่อไป โดยใช้นามว่า พระสันตะปาปายูจีนี ที่ 3 มีพิธีสถาปนาในวันเดียวกันที่มหาวิหารลาเตรัน (15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1145) แล้วให้รีบออกไปจากโรม เพื่อให้พ้นเงื้อมมือของคนที่ไม่หวังดีต่อพระสันตะปาปาทันที 
 
พระองค์ได้ไปที่เมืองฟาร์ฟาที่อยู่ทางเหนือของโรมและที่นั่นได้มีพิธีอภิเษก จากนั้นก็เดินทางต่อไปที่เมืองวิแตร์โบ ที่นี่พระองค์ได้เจรจาสันติกับผู้คนในเมืองจนคริสต์มาสผ่านไปถึงเดือนมกราคม ค.ศ.1146 พระองค์ถูกบังคับให้กลับมาที่เมืองวิแตร์โบอีกครั้ง พระองค์ได้พยายามปลุกเร้าใจคนให้สมัครไปรบสงครามครูเสดอีกครั้ง ซึ่งพระองค์รู้สึกว่าจำเป็นยิ่ง หลังจากที่ได้พ่ายแพ้ครั้งที่แล้ว ทรงให้ความคุ้มครองครอบครัวและทรัพย์สินของผู้ที่หัวหน้าครอบครัวไปทำสงครามครูเสด มีการแต่งตั้งผู้แทนเพื่อไปทำสงครามครูเสด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าหลุยส์ ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส และจักรพรรดิคอนราด ที่ 3 แห่งเยอรมัน (ครั้งแรกไม่ยินยอม แต่เปลี่ยนใจมาสนับสนุนจากการโน้มน้าวของนักบุญเบอร์นาร์ด) เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จไปพระองค์ได้แต่งตั้งให้นักบุญเบอร์นาร์ด เป็นผู้นำในการปลุกเร้าใจคน ซึ่งมีอาสาสมัครจำนวนมาก และได้เดินทางไปฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1147 เพื่อขอร้องนักบุญด้วยตัวเอง สงครามครูเสดครั้งนี้ (ครั้งที่ 2 เริ่ม ค.ศ. 1145) นำความผิดหวังมาให้พระสันตะปาปายูจีนี ที่ 3 อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่สามารถเอาชนะมุสลิมได้แล้ว ยังไม่อาจเจรจากับแคว้นไบเซนไทน์ที่นับวันจะห่างเหินจากโรมอีกด้วย เมื่อกลับมาที่อิตาลีในปี ค.ศ. 1148 พระองค์ได้ประกาศขับผู้นำกลุ่มหัวรุนแรง ที่ชื่อ อาร์โนล แห่งเบรสเซียออกจากพระศาสนจักร เพราะเขาประกาศโจมตีพระสันตะปาปาพระองค์มือเปื้อนเลือด ในปี ค.ศ. 1149
 
ด้วยความช่วยเหลือจากพวกนอร์มัน พระสันตะปาปายูจีนสามารถกลับเข้าโรมได้อีกครั้งแต่ก็อยู่ได้ไม่กี่วัน เพราะอาร์โนลและพวกขู่ว่าถ้าหากไม่หนีไปพระองค์อาจจะสิ้นพระชนม์ ที่นั่นเองพระสันตะปาปายูจีนีพยายามสร้างความสัมพันธ์ และเจรจาสันติกับจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมใหม่ พระองค์ได้เจรจาเรื่องข้อตกลงแห่งคอนสแตนซ์ ในปี ค.ศ. 1153 กับจักรพรรดิเฟรดริก ที่ 1 บาร์บารอสซา และได้ใช้ความสัมพันธ์นี้เจรจาสันติกับพวกโรมด้วยจักรพรรดิมีแผนการที่จะมาโรมในปลายปี ค.ศ. 1153  แต่พระสันตะปาปาก็ได้สิ้นพระชนม์ก่อน  ที่จะได้มีโอกาสออกไปต้อนรับกองทัพของพระเจ้าเฟรดริก พระองค์สิ้นพระชนม์ ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1153 ชีวิตของพระองค์พิสูจน์ให้เห็นว่าพระองค์พระองค์ไม่ใช่บุคคลธรรมดา นักบุญเบอร์นาร์ดเองก็ยอมรับ และเขียนบทความที่ชื่อว่า De Consideratione เกี่ยวกับหน้าที่ของพระสันตะปาปาในชีวิตส่วนตัว ท่านนักบุญได้ให้คำแนะนำหลายๆ อย่างแก่พระสันตะปาปายูจีนี ที่ 3 ด้วย พระองค์ได้รับสถาปนาเป็นบุญราศี ใน ค.ศ. 1872 สมัยปกครองของพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9