วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

 
 
วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์
 
2/5  ม.6  ถ.เพชรเกษม  ต.ท่าข้าม  อ.สามพราน  จ.นครปฐม  73110
โทร 0-2429-0117-8    FAX 0-2429-0864
 
การเปิด-เสกวัดใหม่ ทำในวันที่  15  พฤษภาคม  ค.ศ. 1999  ต้องถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับพระศาสนจักรคาทอลิก โดยเฉพาะอัครสังครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ วัดนี้เป็นวัดที่เกิดขึ้นใหม่ นอกจากจะเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนพิธีตามปกติเช่นวัดอื่นแล้ว  ยังเป็นวัดที่ต้องเอาใจใส่ดูแลบรรดาพี่น้องคริสตชนผู้ล่วงลับไปแล้วที่ฝังร่างหรือกระดูกไว้  ณ  สุสานศานติคาม  ซึ่งเป็นสุสานกลางของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 
 
เมื่อพ่อได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ (คนแรกและครั้งแรกในชีวิตสงฆ์) พ่อเป็นเสมือนผู้สานต่องานของพระเป็นเจ้าซึ่งได้รับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อ ความศรัทธาไว้ในชีวิตของพี่น้องคริสตชนจำนวนไม่น้อยจากงานของบรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร บราเดอร์  และพี่น้องที่พระเป็นเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องมือก่อนหน้าพ่อ ดังนั้นขอให้เราช่วยกันสวดภาวนาต่อพระเจ้า  เพื่อน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าจะได้เป็นไปดังที่พระองค์ประสงค์ ทั้งสำหรับคริสตชนที่นี่  และในทุกๆ แห่ง
 
 
ความชื่นชมยินดี  ในโอกาสนี้เป็นดังการสรรเสริญพระเป็นเจ้า ที่พี่น้องพึงมีมิใช่เพียงในวันฉลองนี้เท่านั้น แต่ต้องมีเสมอในชีวิตประจำวัน และปรากฏเป็นชีวิตที่มีสันติสุขแท้ภายในและภายนอก ทั้งกับพี่น้องคริสตชนและผู้ที่มิใช่คริสตชน เพื่อสะท้อนถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า ดังคำของนักบุญเปาโลที่ว่า “ท่านเป็นวิหารของพระเป็นเจ้าและพระจิตของพระเป็นเจ้าสถิตอยู่ในท่าน” (1 คร.3.16)  อันเป็นการบ่งบอกถึงความเชื่อของตนและของชุมชนต่อพระเป็นเจ้า อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานถึงองค์พระเป็นเจ้าผู้ทรงรักเราทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้ ในองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์กลับคืนชีพ และเสด็จขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของชีวิตที่เราทุกคนปรารถนาที่จะมีร่วมกันสักวันหนึ่ง
 
บริเวณซอยหมอศรี (ปัจจุบัน คือ ซอยศรีเสถียร) เป็นทุ่งนา  จนกระทั่งปี พ.ศ. 2510  คุณศรี ภูรีโรจน์  หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า  “หมอศรี”  ได้ทำการจัดสรรแบ่งขายที่ดินเป็นแปลงเล็กๆ ขนาด100-200 ตารางวา โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้เป็นหมู่บ้านคาทอลิก  เพราะท่านเล็งเห็นว่าในเขตอำเภอสามพราน คงจะเป็นศูนย์รวมของบ้านนักบวชคณะต่างๆ เป็นแน่  และในระยะเวลานั้นวิทยาลัยแสงธรรมก็ได้ก่อสร้างขึ้น  รวมทั้งยังมีวัดนักบุญเปโตร  ซึ่งเป็นวัดใหญ่และเก่าแก่วัดหนึ่งในอัครสังฆณฑลกรุงเทพฯ  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่จัดสรรแห่งนี้
 
คริสตชนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็สามารถไปร่วมมิสซาและพิธีกรรมต่างๆ ได้จึงมีคาทอลิกจากวัดเซนต์หลุยส์  วัดอัสสัมชัญ  วัดกาลหว่าร์  วัดสามเสน อำเภอขลุง  จันทบุรี  ราชบุรี  อยุธยา  ปทุมธานี  นครราชสีมา  และวัดอื่นๆ  อีกหลายแห่งเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้  ต่อมาก็มีบ้านนักบวชที่มาสร้างอยู่ในซอยนี้เช่นกันนั่นคือ บ้านคณะคามิลเลี่ยน บ้านคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (O.M.I.)  และบ้านซิสเตอร์คณะซาเลเซียน ดังนี้คริสตชนในซอยศรีเสถียรจึงได้ไปร่วมมิสซาและพิธีกรรมต่างๆ  ตามบ้านนักบวชเหล่านี้
 
 
อยู่มาเมื่อกลางปี  พ.ศ.2533  คุณพ่อพิบูลย์  วิสิฐนนทชัย  (ขณะนั้นเป็นอธิการบ้านเณรเล็กยอแซฟ)  ได้รับเชิญคริสตชนที่อาศัยอยู่ในซอยศรีเสถียรมาประชุมพร้อมกันที่หอประชุมโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ เพราะคุณพ่อเห็นว่าคริสตชนที่นี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่รู้จักกันคุณพ่อจึงมีความปรารถนาที่จะให้พวกเรามีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อพัฒนาชีวิตภายในของพวกเราให้ดีขึ้น  ในการประชุมนั้นคุณพ่อให้ทุกคนเสนอความคิดเห็น  พวกเราต่างมีความเห็นพ้องต้องกันว่า เราอยากให้มีวัดในซอยของเรา  คุณพ่อจึงแนะนำให้พวกเรารวมตัวกันให้ได้ก่อนโดยให้มีการพบปะกันเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสวดภาวนาร่วมกันทุกอาทิตย์ คือ ทุกคืนวันเสาร์  โดยใช้สถานที่ของบ้านคณะคามิลเลี่ยน  ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคุณพ่อโจวันนี  คอนตารีน (ค.พ.ยอห์น)  และเป็นกำลังที่เข้มแข็งของกลุ่ม  นอกจากนั้นคุณพ่อพิบูลย์ ยังได้เชิญคุณพ่ออาเรนส์  บรูโน  และบราเดอร์    (คณะ O.M.I.)  และซิสเตอร์คณะซาเลเซียน (โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์) เข้าร่วมประชุมด้วย  พร้อมทั้งให้มีการสำรวจคริสตังในบริเวณซอยศรีเสถียรและใกล้เคียง  ซึ่งพบว่าในเวลานั้นคริสตังอยู่ประมาณ  70 ครอบครัว
 
การรวมตัวครั้งนั้นคุณพ่อแนะนำให้พวกเราตั้งกลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มพ่อบ้าน  กลุ่มเยาวชน  เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ  เช่น กิจกรรมวันแม่  วันพ่อ  วันเยาวชน  วันผู้สูงอายุ  นอกนั้นยังมีการสวดสายประคำตามบ้าน  เพื่อสวดภาวนาร้องเพลงอวยพร  ในเทศกาลพระคริสตสมภพและอื่นๆ  ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ทางกลุ่มต้องขอใช้สถานที่จากบ้านคณะคามิลเลี่ยนบ้าง บ้านสวนยอแซฟบ้าง  โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์บ้าง  พวกเราจึงได้ปรารภกันว่าน่าจะมีสถานที่หรือวัดของเราเอง  เพื่อพวกเราจะได้ร่วมพิธีกรรม  ทำกิจศรัทธา  หรือทำกิจกรรมต่างๆ  ได้อย่างเป็นกิจจะลักษณะให้ดียิ่งขึ้น  และวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะช่วยพวกเราได้ก็คือการสวดภาวนาขอจากพระด้วยความเชื่อและศรัทธาอย่างจริงจังนี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้เขียนใคร่ขอกราบขอบพระคุณ  คุณพ่อ  บราเดอร์  ซิสเตอร์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อพิบูลย์  ณ  ที่นี้ด้วย  ถ้าปราศจากพวกท่านแล้ว  พวกเราคงเดินมาไม่ถึงจุดนี้แน่ แล้ววันที่สำคัญวันหนึ่งก็มาถึง  เมื่อทางคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (O.M.I.) ได้จัดให้มีการเสกบ้านของคณะขึ้น  โดย พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู  เป็นประธาน  พวกเราก็ได้รับเชิญไปร่วมงานและผู้เขียนเองก็ได้รับเกียรติให้เป็นผู้มอบกระเช้าผลไม้ถวายแด่พระคุณเจ้า โอกาสนั้นพระคุณเจ้าได้พูดคุยกับผู้เขียนหลายเรื่อง ไม่ทราบว่าเพราะอะไรจึงได้เรียนถามพระคุณเจ้าว่าพวกเราชาวศรีเสถียรจะมีหวังได้มีวัดของตนเองหรือไม่  พระคุณเจ้าได้กรุณาตอบว่า  มีแน่ๆ แต่กำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าเมื่อไร  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพวกเราก็มีความหวังว่าเราจะได้วัดของเราแน่นอน
 
 
 
เมื่อคุณพ่อพิบูลย์  เห็นว่าพวกเราได้มีการรวมกลุ่มกันดีแล้ว  จึงได้ค่อยๆ  วางมือไปเพื่อให้พวกเราจัดการบริหารกลุ่มกันเอง คุณพ่อได้เน้นว่าเราจะต้องพึ่งตัวเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ได้จะยึดติดอยู่กับพระสงฆ์  นักบวชองค์ใดองค์หนึ่งเป็นแกนนำตลอดไปไม่ได้  เพราะมีการสับเปลี่ยน  โยกย้ายหน้าที่ ความรับผิดชอบ  อยู่ตามวาระ  แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  เมื่อคุณพ่อพิบูลย์ได้ย้ายไปรับหน้าที่ในกรุงเทพฯ  อีกทั้งคุณพ่อ  บราเดอร์และซิสเตอร์หลายท่านก็โยกย้ายกันไปในที่ต่างๆ  กลุ่มก็ขาดแกนนำ  กิจกรรมต่างๆ  ก็ลดน้อยถอยลง จนไม่มีอะไรเหลือนอกจากความทรงจำ  
 
ต่อมาชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันโดยมีคุณพ่อไพรัช  ศรีประเสริฐ  เป็นผู้นำในครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งที่สองพร้อมกับพี่น้องที่มิใช่คาทอลิก  โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาซอยศรีเสถียรที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม  ด้วยการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนสายหลัก  ล้างและซ่อมท่อระบายน้ำ  ติดไฟริมถนนสายหลักเพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้ที่สัญจรไปมาในเวลาค่ำคืน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับสังคมซอยศรีเสถียร  แต่เมื่องานนี้สำเร็จลุล่วงไปแล้วก็เป็นที่น่าเสียดายยิ่งที่กลุ่มคริสตชนซอยศรีเสถียรก็ขาดการร่วมมือ  และละเลยในการทำกิจกรรมอีกเช่นเคย 
 
จากนั้นอีก 2-3 ปี  ในบริเวณที่ดินของสังฆมณฑล ตรงปากซอยซ้ายมือ (จากถนนเพชรเกษม) ได้มีการล้อมรั้วลวดหนาม  ถมดิน และเริ่มก่อสร้างอาคารช่วงเวลานั้นมีเสียงพูดต่างๆ  กันไป  บ้างว่าเป็นการสร้างสนามกีฬา  บ้างว่าเป็นโรงเรียน  บ้างว่าเป็นหอประชุม  ช่างเถอะอะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดแต่ผู้เขียนเองมีความเชื่อและแน่ใจว่า  คงต้องมีการก่อสร้างวัดขึ้นอย่างแน่นอน    
    
แล้ววันที่  16  กันยายน  พ.ศ. 2541  เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของเรา  ได้พาชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีกริยามารยาทเป็นที่น่าเคารพนับถือ  และมีใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยรอยยิ้มมาพบผู้เขียนที่บ้าน  และแนะนำให้รู้จักว่า  นี่คือ  คุณพ่อเจ้าอาวาสวัดองค์ใหม่  วัดของเรา  วัดที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่ปากทางเข้าซอยศรีเสถียรไง  ผู้เขียนถึงกับอึ้งไป  ครู่หนึ่ง  ด้วยความปิติยินดีว่าความหวัง ความฝันของเราได้เป็นความจริงแล้ว  วัดของเรา  วัดของคริสตชนทุกคนเกิดขึ้นที่นี่แล้ว 
 
 
คุณพ่อถนอมศักดิ์  เลื่อนประไพ       ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปี ค.ศ. 1998-2002  (เจ้าอาวาสองค์แรก)
คุณพ่อพงษ์เกษม  สังวาลเพ็ชร       ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปี ค.ศ. 2002 – 2004  
คุณพ่อสุรศักดิ์      อัมพาภรณ์         ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2004 – 2007
คุณพ่อเดชา          อาภรณ์รัตน์      ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2007 – 2008
คุณพ่อชูศักดิ์        บุญอนันตบุตร   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ.2008 – 2009
คุณพ่อชัชวาล ศุภลักษณ์              ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ.2009 – ปัจจุบัน