องค์ที่ 164 สมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ที่ 2 (Pope Innocent II ค.ศ.1130-1143)

 

สมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ที่ 2

(Innocent II ค.ศ. 1130-1143 )

 
พระองค์มีพระนามเดิมว่า เกรโกริโอ ปาราเร็ชชี เดอี กิโดนิ เป็นชาวโรมโดยกำเนิด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระคาร์ดินัล  โดยพระสันตะปาปากัลลิสตุสที่ 2 ในปี ค.ศ. 1122 ท่านมีส่วนร่วมร่างสนธิสัญญาในการประชุมที่เวิร์ม เพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิและพระสันตะปาปาในเรื่องที่จักรพรรดิก้าวก่ายกิจการพระศาสนจักร การแต่งตั้งท่านให้ดำรงตำแหน่งสืบต่อจากพระสันตะปาปาโฮโนริอุส และใช้ชื่อว่าพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ที่ 2 นั้นกระทำไปแบบรวบรัด และรีบประกาศโดยตระกูลฟรานจิปานิและไอเมริค ดังนั้นพระคาร์ดินัลหลายองค์จึงต่อต้าน และถือว่านั่นคือการปฏิวัติเงียบในสันตะสำนัก กลุ่มตระกูลปิเอเลโอนีจึงได้ประกาศต่อต้าน และประกาศตั้งพระสันตะปาปาซ้อนองค์ที่ 26 ขึ้นมา คือ พระสันตะปาปาอนาเคลตุส ที่ 2 พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ จึงต้องหลบหนีเอาตัวรอดไปอยู่ที่ฝรั่งเศสชั่วคราว ที่ฝั่งเศสนี้เองพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ได้รับความช่วยเหลือจากนักบุญเบอร์นาร์ดแห่งแคร์ลโวซ์ จากกษัตริย์โลแธร์ ที่ 2 และพระเจ้าหลุยส์ ที่ 6 แห่งฝรั่งเศส
 
ในปี ค.ศ. 1133 พร้อมกับกองทัพของพระเจ้าโลแธร์ พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ได้เดินทางมาโรมเพื่อทวงตำแหน่งคืน เมื่อได้ตำแหน่งคืนแล้ว พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ก็ได้สวมมงกุฎให้พระเจ้าโลแธร์เป็นจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรม ฝ่ายของพระสันตะปาปาอนาเคลตุสก็ใช่จะยอมโดยง่าย พอพระเจ้าโลแธร์เดินทางกลับเยอรมันไปพ้นเขตโรม พวกเขาก็ได้ยกกองทหารมาขับพระสันตะปาปาอินโนเซนต์จากบัลลังก์อีก การต่อสู้ยืดเยื้อไปจนถึง ปี ค.ศ. 1138 เมื่อท่านอนาเคลตุสได้ถึงแก่มรณภาพ แต่ก็สงบไม่นานเพราะพวกที่เคยเป็นมิตรของพระสันตะปาปาอนาเคลตุสทางใต้คือ แถบเกาะซิชีลี ก็ได้ประกาศตั้งพระสันตะปาปาซ้อนองค์ที่ 27 ขึ้นมาอีก โดยมีชื่อว่าพระสันตะปาปาวิกเตอร์ ที่ 4
 
พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ต้องต่อสู้กับความขัดแย้งนี้ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มีครั้งหนึ่งพระองค์ถูกกองทหารของแม่ทัพโรเจอร์ จับตัวไปเป็นประกัน แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา เมื่อพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ยอมรับว่าโรเจอร์ คือ กษัตริย์ของซิชิลี และมีการเซนต์สัญญามิญิอาโนในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1139 พระสันตะปาปาอินโนเซนต์เองสิ้นพระชนม์ ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1143 ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของยุคสมัย
 
สมัยปกครองของพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 2 แม้จะต้องเผชิญความขัดแย้งต่างๆ พระองค์ทรงเห็นชอบในข้อกำหนด และธรรมเนียมปฏิบัติของอัศวินเทมปลาส์ (Templars) หนึ่งในสามของเครื่องอิสริยาภรณ์ (บรรดาศักดิ์ขุนนาง) ตั้งขึ้นระหว่างสงครามครูเสด ครั้งที่ 2 ประณามอาร์โนลด์แห่งเบรสเซีย นักปฎิรูปที่คัดค้านอำนาจพระสันตะปาปา นอกจากนี้มติสังคายนายังประกาศให้การแต่งงานของพระสงฆ์เป็นโมฆะ ทั้งยังปฏิเสธทฤษฎีศาสนานอกรีตของศตวรรษที่ 12 ที่ขัดกับข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะนักบวช การแต่งงาน การโปรดศีลล้างบาปในทารก และศีลมหาสนิท