องค์ที่ 170 สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ที่ 3 (Pope Alexander III ค.ศ.1159-1181)

  • Print

 

สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ที่ 3

 (Alexander III ค.ศ. 1159-1181)
 
พระองค์มีพระนามเดิมว่า ออลันโด บันดิเนลลี เกิดที่ซีเอนา ราวปี ค.ศ. 1100 เป็นบุตรในตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงของเมือง ได้รับการศึกษาดีและมีชื่อเสียงในด้านกฎหมาย ท่านสอนกฎหมายที่โบโลญาในระหว่างปี ค.ศ. 1139-42 ท่านเขียนหนังสืออธิบายกฎหมายของนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงในศตวรรษ ที่ 12 ที่ชื่อกราเซียนเช่นกัน ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายทางการเมืองของศตวรรษ ที่ 12 บันดิเนลลี คือ บุคคลที่มีการตัดสินใจแน่วแน่ เป็นผู้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีสติปัญญาและไหวพริบดี ท่านก้าวหน้าในงานพระศาสนจักรอย่างรวดเร็ว ในสมัยปกครองของพระสันตะปาปายูจีนี ที่ 3 ท่านบวชเป็นพระสงฆ์ประจำอาสนวิหารที่เมืองปิซ่า ก่อนที่พระสันตะปาปาจะเชิญมาทำงานที่โรม ในเวลาไม่นานในปี ค.ศ. 1150 พระสันตะปาปายูจีนีแต่งตั้งท่านให้เป็นพระคาร์ดินัลสังฆานุกร และในปี ค.ศ. 1151 เป็นพระคาร์ดินัลสงฆ์ และเป็นมือขวาของพระสันตะปาปา ในปี ค.ศ. 1153 ท่านอยู่ในกลุ่มคณะพระคาร์ดินัลบริหารการปกครอง ซึ่งเกรงกลัวอำนาจที่เพิ่มมากขึ้นของจักรพรรดิแห่งโรม และมีแนวโน้มจะพึ่งพิงอาณาจักรนอร์มันแห่งซิซิลี เพื่อรักษาสมดุลแห่งอำนาจใน ค.ศ. 1156 ได้ร่วมร่างสนธิสัญญาเบเนเวนโต (Benevento) ระหว่างพระสันตะปาปาและกษัตริย์วิลเลียม ที่ 1 แห่งซิซิลี ระหว่างสมัยของพระสันตะปาปาอาเดรียน ที่ 4 ท่านให้คำปรึกษาแก่พระสันตะปาปาในเรื่องการทูตและกฎหมาย ทำให้พระเจ้าเฟรดริกมองท่านออลันโดว่าเป็นบุคคลอันตรายคนหนึ่ง
 
เมื่อพระสันตะปาปาอาเดรียนสิ้นพระชนม์ พระคาร์ดินัลเกิดแตกแยกกัน เสียงส่วนน้อยเลือกพระคาร์ดินัลออตตาวิอาโน แต่เสียงส่วนใหญ่เลือกท่านบันดิเนลลี ผู้มีชื่อว่าเป็นนักต่อต้านจักรพรรดิ ดังนั้นท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสันตะปาปาสืบต่อมา ในนาม พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ที่ 3 ในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1159 เมื่อพระคาร์ดินัลเองก็เกิดแตกแยกกัน ความขัดแย้งและความวุ่นวายก็เกิดขึ้น ท่านบันดิเนลลีต้องหลบภัยไปอยู่ในป้อมแห่งหนึ่งในโรม และได้รับอภิเษกในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1159 ที่เมืองนินฟา ใกล้เมืองเวลเลติ ขณะเดียวกันนั้นพระคาร์ดินัลออตตาวิอาโนก็ได้รับอภิเษกด้วย โดยใช้นามว่า พระสันตะปาปาวิกเตอร์ ที่ 4 โดยพระเจ้าเฟรดริกเป็นผู้สนับสนุน
 
ในปี ค.ศ. 1162 เกิดความรุนแรงขึ้นในอิตาลี ทำให้พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ต้องหนีจากอิตาลีไปหลบภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1165 พระองค์กลับมาที่อิตาลีอีก แต่ก็อยู่ไม่นานก็ต้องลี้ภัยอีกครั้ง ระหว่างนี้มีความพยายามรอมชอมและเจรจาสันติกับพระเจ้าเฟรดริกหลายครั้ง มีความพยายามหามิตรมาช่วยเหลือคานอำนาจพระเจ้าเฟรดริกด้วย ที่สุดพระเจ้าเฟรดริกแพ้สงครามย่อยที่เลนญาโน ในปี ค.ศ. 1176 แก่กองกำลังพวกลอมบาร์ด และมีการเซ็นสัญญาสงบศึกในปี ค.ศ. 1177 ตั้งแต่นั้นมาสันติภาพก็ค่อยๆ เกิดขึ้นในคาบสมุทรอิตาลี
 
ใน ค.ศ. 1179 พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ที่ 3 ทรงเรียกประชุมสภาพระสังคายนาลาเตรัน ครั้งที่ 3 นับเป็นสังคายนาสากล ครั้งที่ 11 มีพระสังฆราช 291 องค์ร่วมประชุม เป็นพระสังฆราชที่ได้ศึกษาสันติภาพแห่งเวนิส (Peace of Venice) ใน ค.ศ. 1177 ซึ่งทำให้จักรพรรดิเฟรดริกที่ 1 บาร์บารอสซา ยอมยกเลิกที่จะสนับสนุนพระสันตะปาปาซ้อน ทั้งยังคืนทรัพย์สินพระศาสนจักรที่ได้ยึดไป มติที่ประชุมยังกำหนดให้การเลือกตั้งพระสันตะปาปาจะต้องได้คะแนนเสียงมากถึง 2 ใน 3 ของคณะพระคาร์ดินัลเป็นเกณฑ์ตัดสิน พระสังฆราชที่จะลงสมัครคัดเลือกพระสันตะปาปาจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีผลการประชุมลาเตรัน ครั้งที่ 3 เป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาอำนาจพระสันตะปาปาตามกฎหมาย 
 
พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ได้เป็นประธานในที่ประชุมลาเตรัน ครั้งที่ 3 ท่านออกกฎให้เลือกพระสันตะปาปาจากเสียงสองในสามของพระคาร์ดินัลทั้งหมด (แต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับโดยสมบูรณ์) ใน ปี ค.ศ. 1179 เกิดความขัดแย้งและการจลาจล ทำให้พระสันตะปาปาต้องหนีไปจากโรม เพื่อพ้นอิทธิพลของผู้มีอำนาจในโรม แล้วท่านก็ไม่ได้กลับโรมอีกเลย ช่วงนี้เกิดพระสันตะปาปาซ้อนองค์ที่ 31 คือ พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ ที่ 3 ด้วย (ภายหลังมีคนจับท่านอินโนเซนต์ส่งให้พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ซึ่งสั่งให้ขังพระสันตะปาปาซ้อนอินโนเซนต์ในคุก และถึงแก่มรณภาพในเวลาต่อมา)
 
พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ ที่ 3 เองสิ้นพระชนม์ในขณะที่ถูกเนรเทศที่ชิวิตา คัสเตลลานา ในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1181