องค์ที่ 145 (รอบที่ 1) สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญเบเนดิก ที่ 9 (St. Benedict IX ค.ศ.1032-1044)

 
สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9

 (Benedict IX ค.ศ. 1032-1044)
 
พระองค์มีพระนามเดิมว่า เธโอฟีลัคตุส (Theophylactus) เกิดที่เมืองกรอตตาแฟรราตา (Grottaferrata) ซึ่งเป็นรัฐในปกครองของพระสันตะปาปา ดำรงตำแหน่งต่อจากพระสันตะปาปายอห์น ที่ 19 โดยใช้พระนาม พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ทรงเป็นพระสันตะปาปาพระองค์สุดท้ายจากตระกูลทุสคูลานี (พระสันตะปาปาพระองค์แรกจากสมาชิกตระกูลเดียวกัน คือ พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 8 ค.ศ. 1012-24)
 
พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ทรงอยู่ในสมัยปกครองถึง 3 สมัย ได้แก่ สมัยแรกระหว่าง ค.ศ. 1032-44 สมัยต่อมาระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ค.ศ. 1045 และ ค.ศ. 1047-48 ทรงนำความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่สถาบันพระสันตะปาปา ทรงได้ชื่อว่า ขายบัลลังก์นักบุญเปโตรเพราะเห็นแก่เงิน ตลอดสมัยปกครองประมาณ 13 ปี นับเป็นเวลาที่พระศาสนจักรอยู่ในสภาวะตกต่ำ
 
พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 เป็นบุตรของท่านเคานต์อัลเบริคจากตระกูลทุสคูลานี พระองค์เป็นหลานของพระสันตะปาปา 2 องค์ ที่ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าพระองค์ ได้แก่ พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 8 และพระสันตะปาปายอห์น ที่ 19 ขณะอายุยังน้อย (ประมาณ 12-13 ปี) ตระกูลทุสคูลานีซึ่งมีอิทธิพลในยุคนั้น ได้ผลักดันให้อภิเษกเป็นพระสันตะปาปาวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1032 พระองค์ทรงขับผู้นำพระศาสนจักรที่เป็นปรปักษ์ต่อพระองค์ออกจากพระศาสนจักร การใช้ความรุนแรงและความประพฤติที่ไม่อยู่ในศีลธรรมก่อให้เกิดจลาจลในกรุงโรม พระองค์ต้องหลบหนีจากความสับสนวุ่นวายในโรมชั่วระยะเวลาหนึ่ง
 
ระหว่างนั้นตระกูลเครสเชนติ คู่แข่งของตระกูลทุสคูลานีได้สนับสนุนท่านยอห์น พระสังฆราชแห่งซาบินา (Sabina) ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาในพระนามพระสันตะปาปาซิลเวสเตอร์ ที่ 3 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1045 แต่พระองค์อยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานก็ถูกน้องชายของพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ขับออกจากตำแหน่ง พระองค์ทรงสละตำแหน่งไปดำเนินชีวิตพระสังฆราชแห่งซาบินาเช่นเดิม ครั้นแล้วพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ได้ขายบัลลังก์พระสันตะปาปา แก่โจวันนี กราซิอาโน (Giovanni Graziano) พระสงฆ์ชาวโรมผู้มีศักดิ์เป็นพ่ออุปถัมภ์ของพระองค์ ผู้เสนอมอบเงินบำนาญแก่พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 และกราซิอาโน   ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งในนามพระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 6
 
ในปีต่อมาทั้งพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 และ พระสันตะปาปาซิลเวสเตอร์ ที่ 3 ต่างกลับมายังกรุงโรม แต่ละพระองค์อ้างสิทธิ์ในตำแหน่งพระสันตะปาปา เดือนธันวาคม ค.ศ. 1046 พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งเยอรมันเรียกประชุมสภาพระสังฆราชสุตรี (Council of Sutri) เพื่อหาข้อยุติของปัญหาและมติที่ประชุมไม่ยอมรับพระสันตะปาปาทั้ง 3 พระองค์ และประกาศโทษคุมขังแด่พระสันตะปาปาซิลเวสเตอร์ ที่ 3 ในฐานะที่อ้างสิทธิ์การเป็นพระสันตะปาปาอย่างไม่ถูกต้อง พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ถูกถอดจากตำแหน่งพระสันตะปาปา ส่วนพระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 6 ถูกตัดสินความผิดฐานซื้อตำแหน่งพระสันตะปาปาถูกถอดถอนจากตำแหน่งเช่นกัน และได้แต่งตั้งพระสันตะปาปาสวิดเกอร์ (Bishop Suidger) แห่งแบมเบอร์ก (Bamberg) ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 2
 
พระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 2 เรียกประชุมสภาสังคายนาที่โรม ออกข้อกำหนดห้ามซื้อขายบัลลังก์พระสันตะปาปาอย่างเด็ดขาด เริ่มปฏิรูปพระศาสนจักรทันที ซึ่งดำเนินการต่อโดยผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์ สันนิษฐานว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ เพราะถูกวางยาพิษจากผู้สนับสนุนพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9
 
เมื่อพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 2 สิ้นพระชนม์ วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1047 พระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 กลับคืนสู่กรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1047 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1048 โดยคำสั่งของพระเจ้าเฮนรี ที่ 3 ได้มอบหมายให้ท่านโบนิฟาสแห่งทุสคานีขับพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ออกจากกรุงโรม โดยแต่งตั้งพระสังฆราชปอปโป (Bishop Poppo) แห่งบริเซน (Brixen) ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาดามาซุส ที่ 2 (Damasus II)
 
ม่มีผู้ใดพบเห็นพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 9 ในกรุงโรมอีก สันนิษฐานว่าพระองค์มีชีวิตอยู่จน ค.ศ. 1055 หรือ 1056 โดยกลับไปดำเนินชีวิตที่อารามกรอตตาแฟรราตา อย่างผู้สำนึกผิด