พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์

 
พระสังฆราช ยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์  เกิดวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1935 ที่จังหวัดอยุธยา  เป็นสัตบุรุษวัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก  รับศีลล้างบาปที่วัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก เป็นบุตรของนายมีคาแอล สวัสดิ์ และนาง อันนาสง่า  ศุระศรางค์ ท่านเป็นลูกคนที่ 7 ในจำนวน 9 คน จากครอบครัว ที่มีความเชื่อมั่นในพระศาสนาคาทอลิกครอบครัวหนึ่ง ท่านมีพี่ชายซึ่งบวชเป็นพระสงฆ์ 2 องค์ คือ คุณพ่อยอแซฟ เสวียง ศุระศรางค์ (เสียชีวิตไปแล้ว) และคุณพ่อเปโตร ศวง ศุระศรางค์ (ปัจจุบันลาเกษียณ และพักประจำบ้านพักพระสงฆ์อาวุฒิโสอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ)  
 
ครอบครัวของท่านชอบสวดมนต์ภาวนา คุณแม่ของท่านสอนให้หัดทำเดชะพระนาม และสวดบทอาเวมารีอาเป็นตั้งแต่ยังเล็กๆ ก่อนเข้าเรียนและรู้สึกว่าชอบสวดภาวนาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลาสวดพร้อมกันตอนค่ำก่อนเข้านอน 
 
การศึกษา 
• เรียนที่โรงเรียนแสงทองวิทยา จ. อยุธยา จบชั้นประถมปีที่ 2
• เรียนที่โรงเรียนประจำตำบลหน้าโคก ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 3 ถึงชั้นประถมปีที่ 4
• เรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอผักไห่ ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมปีที่ 4
• เรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ จบชั้นมัธยมปีที่ 5
 
เข้าบ้านเณร สามเณราลัยพระหฤทัย ศรีราชา
• ปี ค.ศ. 1950 เรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา จบชั้นมัธยมปีที่ 6
• ปี ค.ศ. 1951-1956  เป็นครูเณรที่สามเณราลัยพระหฤทัย ศรีราชา
• ปี ค.ศ. 1956-1963 ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยปรอปากันดา  ฟีเด กรุงโรม ประเทศอิตาลี
• จบปริญญาโท สาขาปรัชญา และเทวศาสตร์
 
การบวช 
ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1962 ที่ บ้านเณรปรอปากันดา ฟีเด กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดย พระคาร์ดินัลเปโตร อากายาเนียน เดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 30 ตุลาคม  ค.ศ. 1963
 
 
เริ่มชีวิตการทำงาน
ค.ศ.1963 - ค.ศ.1965       ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดซางตาครู้ส กุฎีจีน
ค.ศ.1965 - ค.ศ.1970       เลขานุการฯ พระอัครสังฆราชยวง นิตโย
ค.ศ.1965 - ค.ศ.1970       เป็นจิตตาธิการโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
ค.ศ.1970 - ค.ศ.1971       เจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซา หนองจอก
ค.ศ.1970 - ค.ศ.1971       เจ้าอาวาสวัดแม่พรประจักษ์ที่ลูร์ด หัวตะเข้
ค.ศ.1971 - ค.ศ.1973       เจ้าอาวาสวัดซางตาครู้ส กุฎีจีน
ค.ศ.1973                       ที่ปรึกษาพระสังฆราช
ค.ศ.1973 - ค.ศ.1976        อธิการสามเณราลัยนักบุญยอแซฟ สามพราน นครปฐม
ค.ศ.1975                        ที่ปรึกษาพระสังฆราช 
ค.ศ.1976 - ค.ศ.1979        เจ้าอาวาสวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน
ค.ศ.1979 - ค.ศ.1983        เจ้าอาวาสอาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ
ค.ศ.1983 - ค.ศ.1986        อุปสังฆราช อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ค.ศ.1983 - ค.ศ.1986        ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบริหารเต็มเวลา
ค.ศ.1984                        ที่ปรึกษาพระสังฆราช 
3  ธันวาคม ค.ศ. 1986   ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆราช ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่แทน พระสังฆราช โรเบิร์ต รัตน์ บำรุงตระกูล  ซึ่งลาออกจาก ตำแหน่ง เนื่องจากอายุและสุขภาพ
 
อภิเษกเป็นพระสังฆราช
คุณพ่อยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ จากประเทศไทยเพื่อไปรับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช ในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1987 เวลา 9.30 น. ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร สำนักวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดย สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ทรงเป็นประธานถวายสหบูชามิสซา ใน โอกาสวันสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์ (เดิมมักเรียกกันว่า “ฉลองพญาสามองค์” ) และดูเหมือนจะเป็นประเพณีที่สำนักวาติกันจัดให้มีพิธีอภิเษกพระสังฆราชใหม่บางองค์ในวันสมโภชดังกล่าวตลอดมา และในปีนี้มี 10 องค์ ที่จะรับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช คือ พระสังฆราชฟรังค์ แปร์โก จากยูโกสลาเวีย กิมเบอร์โต อากุ๊สโตนี และ ดิโน่ มอนดุ๊ซซี จากอิตาลี ยอร์จ บีกุ๊ซซี จากเซียร่า เลโอเน่ เบเนดิ๊กต์ โดตู ซีเคย์ จากไลบีเรีย จูลีโอ คาเบรร่า โอวาลลี่ จากกัวเตมาลา วิลเลี่ยม เจ. แม็คคอร์แมค จากสหรัฐอเมริกา เอมมานูเอล มาปุนดา จากแทนซาเนีย ดอมินิค ซูโฮว์ ชิว จากมาเลเซีย และพระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ จากประเทศไทย
 
 
พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู , พระสังฆราชโรเบิร์ต รัตน์ บำรุงตระกูล  พระสงฆ์ นักบวช และฆราวาสจากประเทศไทย ก็ได้เดินทางไปร่วมเป็นเกียรติในพิธีนี้ด้วยประมาณ 70 คน รวมทั้งบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และฆราวาส ที่กำลังศึกษาอยู่ที่กรุงโรม มิลาน และที่ได้เคยทำงานในประเทศไทย อาทิ คุณพ่ออังเยโล แห่งคณะ PIME  มาแมร์ปอล แห่งคณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ฯลฯ  เป็นต้น อีกประมาณ 70 คน 
 
หลังบทเทศน์สั้นๆ โดยสมเด็จพระสันตะปาปา ก็เป็นพิธีอภิเษกพระสังฆราช เริ่มด้วยบทเพลงเชิญพระจิตเจ้า สอบถามความสมัครใจของผู้รับอภิเษก บทภาวนาวอนขอนักบุญทั้งหลาย พิธีปกมือเหนือศีรษะผู้รับการอภิเษกโดยสมเด็จพระสันตะปาปา พระคาร์ดินัล และพระสังฆราช ราว 100 องค์ จากนั้นเป็นการมอบพระวรสาร  บทภาวนาอภิเษก การเจิมน้ำมันคริสมา และการมอบแหวน หมวกพระสังฆราช ( MITRA )  และไม้เท้า ( PASTORALE )  
 
ในภาคถวาย ตัวแทนจากประเทศไทย 4 คน ได้เป็นผู้มอบของถวายแด่สมเด็จพระสันตะปาปา คือ คุณพ่อวิโรจน์ สมหมาย มาแมร์ มีเรียม กิจเจริญ  นายสมเกียรติ  ตั้งถาวร และเด็กหญิงแก้วเกศ พรรณเชษฐ์  วัย 7 ขวบโดยเธอเป็นผู้นำขบวนผู้ถวายของทั้งหมดกับผู้แทนจากประเทศต่างๆ รวมประมาณ 20 คน หลังจากถวายแล้ว เด็กหญิงแก้วเกศ ได้กราบที่พระบาทสมเด็จพระสันตะปาปา  นำความปิติยินดี และชื่นชมแก่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง 
 
รุ่งขึ้นวันที่ 7 มกราคม เวลา 7.00 น. คริสตชนไทย 65 คน โดยการนำของพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล  มีชัย  กิจบุญชู  พระสังฆราชสังวาล และพระสังฆราชรัตน์ ได้รับอนุญาตพิเศษให้ร่วมมิสซากับสมเด็จพระสันตะปาปาในวัดน้อยส่วนพระองค์ และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์อย่างใกล้ชิดหลังพิธีมิสซา นำความปลาบปลื้มมาสู่ทุกๆ คน คุณพ่อบริสซอง จากวัดเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน  ถึงกับกล่าวว่า  “พ่อแทบจะร้องไห้เลย...ดีใจจริงๆ”  
 
ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 8 มกราคม คริสตชนไทยร่วมกับพระสงฆ์ นักบวชที่  กำลังศึกษาที่กรุงโรม ได้ร่วมพิธีสหบูชามิสซาในตอนเช้า ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร พร้อมกับพระคาร์ดินัล พระสังฆราชรัตน์ และพระสังฆราชสังวาลย์
 
พิธีอภิเษกครั้งนี้ จะทำให้จำนวนพระสังฆราชที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 มีจำนวนรวมถึง 111 องค์ นับตั้งแต่ที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขพระศาสนจักรคาทอลิก 
 
 
พิธีต้อนรับ พระสังฆราช ยอแซฟ สังวาลย์  ศุระศรางค์
ที่อาสนวิหารพระหฤทัย เชียงใหม่  วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1987 คุณพ่อวิชัย แสนสุดสวาท คุณพ่อเจ้าวัดในฐานะรองพระสังฆราชได้ร่วมกับคณะกรรมการวัด ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ในสังฆมณฑลเชียงใหม่  จัดพิธีต้อนรับการขึ้นครองตำแหน่งของพระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ และการลาเกษียณอายุของ พระสังฆราชโรเบิร์ต รัตน์ บำรุงตระกูล ขึ้นอย่างสง่างามและสมเกียรติ ท่ามกลางพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช และบรรดาสัตบุรุษชาวเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และจากจังหวัดอื่นๆ  อีกเป็นจำนวนมากมายจนล้นออกมานอกวัด โดยทางวัดได้ติดต่อโทรทัศน์วงจรปิดไว้บริการ น่าสังเกตว่า สังฆมณฑลเชียงใหม่ มีคริสตชนที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ กะเหรี่ยง โม้ง ลีซอ เย้า ลาฮู้  อีก้อฯลฯ จึงได้พร้อมใจกันมาร่วมในงานอย่างคับคั่ง 
 
พิธีเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9.40 น. โดยขบวนแห่ต้อนรับพระสังฆราชใหม่และเก่า พระคาร์ดินัล และพระสมณทูต อันสวยงาม นำโดยรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภอ.เชียงใหม่ จากนั้นเป็นนักเรียนหญิง 6 คน จากโรงเรียนเรยีนาเชลี แต่งกายชุดชาวเหนือ ถือผืนผ้าต้อนรับพระสังฆราชใหม่ ตามด้วยวงดุริยางค์ (แชมป์โลกและแชมป์ประเทศไทย) จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ต่อด้วยขบวนฟ้อนเล็บอันสวยงามจากโรงเรียนพระหฤทัย เข้าสู่วัดซึ่งตามรายทางของขบวนพระสังหฆาช มีเด็กนักเรียนในชุดแต่งกายชาวเหนือโปรยดอกไม้ต้อนรับอย่างสวยงามและน่ารัก 
 
ในระหว่างพิธีมิสซา พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู  ได้กล่าวในบทเทศน์สรุปว่า วันนี้ ทุกคนต่างชื่นชมยินดีเป็นพิเศษสำหรับสังฆมณฑลเชียงใหม่และพระศาสนจักรในประเทศไทย พระคริสตเจ้าได้มอบอำนาจการปกครองดูแลพระศาสนจักร ประชากรของพระองค์โดยแต่งตั้งท่านนักบุญเปโตรให้เป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรก และสืบตำแหน่งกันต่อๆ ไป เรามีพระสังฆราชสังวาลย์ เป็นประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระสันตะปาปาให้ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของพระคริสตเจ้า เพื่อยืนยันถึงความเชื่อในพระองค์ ที่ว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน.14,6) 
 
ขอพระเป็นเจ้าทรงอวยพระพรแด่พระสังฆราชใหม่ให้มีความเข้มแข็งและเราคริสตชนต้องช่วย กันเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ไม่มีการแบ่งแยก ต้องเป็นพระศาสนจักรเดียวกัน โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือราชบุรี
 
โอกาสนี้ ศึกษาธิการอำเภอเมือง เชียงใหม่ ได้กล่าวแสดงความยินดีในนามข้าราชการและประชาชนชาวเชียงใหม่ สรุปว่า ขอต้อนรับพระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ ด้วยความยินดียิ่งที่ได้มาปกครองสังฆมณฑลเชียงใหม่ งานทางด้านคริสตศาสนาในส่วนของการอภิบาลสัตบุรุษนั้น มีส่วนพัฒนาประชากรอย่างมีคุณภาพ และก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ฉะนั้นหากมีสิ่งใดที่ทางราชการจะช่วยเหลือได้ก็ยินดีจะให้ความร่วมมือตลอดไป 
 
จากนั้นบรรดาผู้แทนหน่วยงานคาทอลิกต่างๆ ก็ได้ถวายสิ่งของแด่พระสังฆราชสังวาลย์  นำโดยสัตบุรุษอาวุฒิโสชายหญิงได้ทำพิธี “สู่ขวัญ” ด้วยบายศรีและด้วยผูกข้อมือพระสังฆราชสังวาลย์ คุณพ่อวิชัย แสนสุดสวาท เจ้าอาวาสได้กล่าวต้อนรับและได้มอบช้างบรอนช์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย แด่พระสังฆราชสังวาลย์ในนามของสัตบุรุษชาวเชียงใหม่ด้วย
 
ก่อนจบพิธีเลขาฯ พระสมณทูตได้อ่านเอกสารเพื่อเป็นการรับรองว่า พิธีเข้ารับตำแหน่งของพระสังฆราชเป็นไปอย่างถูกต้องตามพิธีการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องส่งให้ทางกรุงโรมต่อไป
 
ในตอนท้ายของพิธี พระสังฆราชสังวาลย์ ได้กล่าวปราศรัยจากน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความปลื้มปิติว่า วันนี้รู้สึกเป็นการยากที่สุดที่จะต้องกล่าวคำขอบคุณเพราะรู้สึกว่ามันน้อยไปสำหรับสิ่งที่ได้รับ แม้จะกลั่นกรองมาจากขั้วหัวใจแต่ก็ยังไม่พอ ไม่สมกับสิ่งที่ได้รับจากทุกๆ คน ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้าที่ได้ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างผ่านทางทุกคน “ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ช่วยให้มีวันนี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจ คำแนะนำ การมาร่วมพิธีและที่ได้ส่งกำลังใจมา” พระสังฆราชกล่าวและปราศรัยต่อไปว่า  ยังมีบางคนที่เสียสละมากมายสำหรับวันนี้จนไม่สามารถจะเอ่ยชื่อได้ทุกคน และหวังว่าทุกคนจะช่วยให้ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป “สักวันหนึ่งผมคงจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อว่าพี่น้องทุกคนจะได้กล่าวคำขอบคุณด้วย” 
 
 
ตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งและความหมาย
ความหมายของตรา (Coat of Arms) ดอกเอื้อง หรือ กล้วยไม้ ที่ประดับอยู่รอบกางเขน ศีลมหาสนิท และพระกุมาร ถือเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของจังหวัดเชียงใหม่ และภูมิภาคทางเหนือของประเทศไทย
 
ดวงอาทิตย์บนรางหญ้าเป็นสัญลักษณ์หมายถึง พระกุมาร  เพราะพระองค์ทรงบังเกิดมาเป็น “ดวงอาทิตย์แห่งความยุติธรรม” ส่วนสีแดง เป็นสีประจำวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันเกิดของท่าน
 
หมวกและพู่ห้อย 3 ชั้นสีเขียว (Pontifical Hat and Tassels)เป็นสัญลักษณ์บอกตำแหน่งยศชั้นพระสังฆราชหรือราชาคณะแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ใช้ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ โดยเริ่มจากประเทศสเปน 
 
ส่วนพู่ห้อย 3 ชั้น มีลักษณะเป็น ดอกจำปี ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ในตระกูล Magnoliaceae มีความหอมเย็น ความสดชื่น ร่าเริงยินดี อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวท่าน
 
“Sic Nos Amantem” ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่า “พระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้” ท่านได้นำ คติพจน์นี้มาจากวรรคที่ 4 ของบทเพลงชื่อ “Adeste Fideles” ซึ่งมีข้อความต่อไปอีกว่า “Quis non redamaret” หมายถึง “ใครบ้างจะไม่รักตอบ” ซึ่งข้อความนี้เองที่ท่านได้ใช้เป็นหลักธรรมประจำใจตั้งแต่เมื่อครั้งที่บวชเป็นพระสงฆ์เพื่อเตือนใจท่านให้สำนึกเสมอว่า พระองค์ทรงรักมนุษย์โดยการมาบังเกิดเป็นมนุษย์ รับทรมาน ยอมถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ มอบพระองค์ในศีลมหาสนิทและประทับอยู่ท่ามกลางเรา 
 
พระสังฆราช ยอแซฟ สังวาลย์  ศุระศรางค์  ยังดำรงตำแหน่งพระสังฆราชสังฆมณฑลเชียงใหม่ ท่านทำงานอย่างเป็นระบบ คล่องตัวทั้งสายงานและบุคลากร ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบงานสังฆมณฑลเชียงใหม่ ท่านพอใจในผลงานที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้พอใจเพียงเท่านี้ ยังต้องการให้มีการปรับปรุงต่อไปอีก ให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น. 
 
ปัจจุบัน พระสังฆราช ยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ลาเกษียณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 และพักที่บ้านอับบราฮัม