พระสังฆราชยาโกเบ แจง เกิดสว่าง

  • Print
 
 
ท่านเกิดวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.1881 ที่ตำบลตีนเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และได้รับศีลล้างบาปที่วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว 
 
การศึกษา 
ได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนประจำเซนต์ปอล 
ปี ค.ศ.1891 เข้าศึกษาในสามเณราลัยพระหฤทัย  บางนกแขวก สมุทรสงคราม 
ปี ค.ศ.1899  สำเร็จการศึกษาเบื้องต้นตามหลักการของสามเณราลัย จึงผ่าน 
                  การทดลอง (โปรบาซีโอ) เป็นครูเณรประจำสามเณราลัย
                  ระหว่างนั้นท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการช่วยกันสร้างตึกใหม่ของสามเณรลัย
ปี ค.ศ.1903  ศึกษาวิชาปรัชญาและเทววิทยา เตรียมตัวเป็นพระสงฆ์ต่อไป 
 
ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ วันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ.1910  ที่ สามเณราลัยพระหฤทัย บางช้าง สมุทรสงคราม พร้อมกับเพื่อนอีก 8 องค์ คือ คุณพ่อบอนิฟาซ(ยวง) โกศล รูจีรัตน์, คุณพ่อมาร์แซล จงสวัสดิ์ อารีอร่าม, คุณพ่อทิมอเทว นพ โชติพงษ์, คุณพ่ออันตน ตาน โชติผล, คุณพ่อโทมา แซน, คุณพ่อเรมุนโด รัตน์ วงษ์ชีวี, คุณพ่อปาสกัลป์ ฟิลิป, คุณพ่ออเล็กซิส กิม  โดย พระสังฆราช มารี โยเซฟ แปร์รอส ประมุขมิสซังกรุงเทพฯ เป็นผู้บวชให้
 
เริ่มชีวิตการทำงาน
ปี ค.ศ. 1910             เป็นอาจารย์สามเณราลัยพระหฤทัย บางช้าง สมุทรสงคราม       
ปี ค.ศ. 1911-1912     เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ ชลบุรี
                              และวัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม  ชลบุรี 
ปี ค.ศ. 1912-1914     อาจารย์ประจำสามเณราลัยพระหฤทัย บางช้าง สมุทรสงคราม      
ปี ค.ศ. 1914-1915     เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา,
                              วัดพระนามพระเยซู บ้านแป้ง สิงห์บุรี  และดูแลวัดนักบุญอันนา
ปากน้ำโพ นครสวรรค์
ปี ค.ศ. 1914-1924     อาจารย์ประจำสามเณราลัยพระหฤทัย บางช้าง สมุทรสงคราม      
ปี ค.ศ. 1925-1929     เป็นเจ้าอาวาสวัดพระหฤทัย วัดเพลง  ราชบุรี 
ปี ค.ศ. 1929-1940     เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ ชลบุรี  
                              ระหว่างนั้นได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับสร้างสามเณราลัยอีกแห่งหนึ่งที่ศรีราชา
ปี ค.ศ. 1940-1941    เป็นเจ้าอาวาสวัดซางตาครู้ส กุฎีจีน และในเวลาเดียวกันรับหน้าที่เป็นผู้อบรมภคินี
                             ที่อารามพระหฤทัยฯ คลองเตย 
ปี ค.ศ. 1942-1944    เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ ชลบุรี  
วันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1944 ได้รับตราตั้งเป็นพระสังฆราชแห่งบาร์คูโซ  และประมุขแห่งเทียบสังฆมณฑลจันทบุรี 
 
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 ได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชจาก พระสังฆราช มารี โยเซฟ แปร์รอส อดีตประมุขแห่งเทียบสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
 
ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งเป็นประมุขแห่งเทียบสังฆมณฑลจันทบุรีนั้น พระสังฆราช ยาโกเบ แจง เกิดสว่าง ได้ดำเนินชีวิตอย่างเรียบๆ ไม่ผิดแปลกไปจากเมื่อยังเป็นพระสงฆ์อยู่  ท่านเป็นผู้มีใจ โอบอ้อมอารีย์ พยายามบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นมากที่สุด ท่านพยายามบำเพ็ญกรณียกิจของท่านอย่างไม่ย่อท้อถอยต่ออุปสรรคใดๆ เลย จนกระทั่งวันสุดท้ายแห่งชีวิต   
 
ผลงาน 
ท่านได้จัดการย้ายนวกสถานของภคิณีแห่งเทียบสังฆมณฑลจากจันทบุรีไปแปดริ้ว 
ปี ค.ศ. 1951 ท่านได้จัดสร้างอารามภคิณีใหม่ที่จันทบุรี  และให้ชื่อว่า “อารามฟาติมา”
ปี ค.ศ. 1952 ท่านได้ตั้งอารามคาร์แมลขึ้นที่จันทบุรี 
 
ท่านอาพาธและต้องรักษาตัวอยู่เสมอ เมื่ออาพาธหนัก ท่านมาพักที่วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว แต่อาการก็ทรุดลงเสมอ จึงกลับไปที่หัวไผ่  และในที่สุดก็ลาโลกไปรับบำเหน็จรางวัลจากพระผู้เป็นเจ้า เมื่อวันจันทร์ที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1952  เวลา 7.30 น.  รวมอายุได้ 71 ปี  และดำรงตำแหน่งเป็นพระสังฆราชได้ 7 ปี 
 
ศพของท่านแต่งเครื่องทรงพระสังฆราชเต็มยศ  สวมเสื้อทำมิสซาสีม่วง ตั้งไว้ในห้องของท่านที่วัดหัวไผ่ ทั้งวันมีสัตบุรุษมาแสดงความเคารพ จนกระทั่งเย็นวันอังคารจึงเชิญศพลงในวัด มีคริสตังค์จากวัดต่างๆ มาเยี่ยมศพและสวดภาวนาตลอดเวลา 
 
 
พิธีปลงศพ 
วันศุกร์ที่ 18 เมษายน ค.ศ.1952 เวลา 8.00 น. ที่วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ ชลบุรี พิธีปลงศพพระสังฆราชยาโกเบ แจง เกิดสว่าง ได้ทำอย่างมโหฬารสมเกียรติทุกประการ มีพระสงฆ์ 42 องค์ ลงจากบ้านพักเดินเป็นขบวนเข้าวัดพร้อมกับพระสังฆราชทั้งสององค์ คือ พระสังฆราช เปโตร คาเร็ตโต เป็นผู้เชิญศพเข้าวัด แล้วพระสังฆราช หลุยส์ เคลเมนต์ โชแรง ถวายมหาบูชามิสซาหน้าศพอย่างมโหฬาร ยูเวนีสแห่งคณะเจษฎาจารย์เซนต์คาเบรียลเป็นผู้ขับร้องระหว่างมิสซา  ในวัดเต็มไปด้วยสัตบุรุษจากวัดอื่นๆ ที่มาในงานนี้  ส่วนสัตบุรุษวัดหัวไผ่ยินดีฟังมิสซาอยู่นอกวัด