พระสังฆราช ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต

 
 
พระสังฆราช ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต เกิดวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 มีบิดาชื่อ ยอแซฟธง สมานจิต และมารดาชื่อ อันนาแก้ว สมานจิต มีพี่น้องรวมกันชายหญิง 5 คน ท่านเป็นพี่คนโต ท่านได้รับศีลล้างบาปวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 จากพระสังฆราช ยาโกเบ แจง เกิดสว่าง ซึ่งเป็นพระสังฆราชองค์แรกของสังฆมณฑลจันทบุรี และต่อมาท่านก็ได้เป็นพระสังฆราชองค์ที่ 3 ของสังฆมณฑลนี้  ได้รับศีลกำลังจากพระสังฆราช มารี โยเซฟ แปร์รอส 
 
การศึกษา  
ชั้นเตรียมถึงชั้นประถมศึกษา ป.1-2 ที่โรงเรียนนักบุญฟิลิป-ยากอบ หัวไผ่ และป. 3-4 ที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา ชลบุรี สาเหตุที่เรียน ป. 3-4 ที่ศรีราชา เพราะเมื่อจบ ป.2 แล้ว  เกิดกรณีพิพาทอินโดจีน โรงเรียนวัดหลายแห่งถูกปิด โรงเรียนที่หัวไผ่ก็ถูกปิดด้วย ทำให้ขาดที่เรียน อย่างไรก็ดีนับเป็นความโชคดีของเด็กคริสตังวัดพนัสนิคม หัวไผ่ แปดริ้ว และที่ชลบุรี  ที่คุณพ่อฟรีเยรีโอจาก คณะสงฆ์ซาเลเซียน ได้ชักชวนเด็กตามวัดดังกล่าวไปเรียนที่ศรีราชา รวบรวมได้ถึง 35 คน รวมทั้งตัวท่านด้วย หลังจากนั้น 2 ปี คุณพ่อฟรีเยรีโอได้ชักชวนให้เข้าบ้านเณร ได้ผู้สมัคร 4 คน และได้ผู้สมัครมาจากกรุงเทพฯ  สมทบด้วย 2 คน รวม 6 คน  นับเป็นเณรชุดแรกที่เริ่มรับใหม่ในจำนวน 6 คนนี้  ได้บวชเป็นพระสงฆ์คนเดียว คือท่าน 
 
เข้าบ้านเณรเล็ก
ในปี ค.ศ. 1942 ได้มาเล่าเรียนที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา  ตั้งแต่ ม.1 - ม.3 และเมื่อจบจากโรงเรียนดาราสมุทรแล้ว ก็ไปเรียนต่อชั้น ม.4 - ม.6 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา มีเพื่อนร่วมชั้นที่ จบ ม.6 ด้วยกันคือ พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู, คุณพ่อเสวียง และคุณพ่อศวง 
 
ในปี ค.ศ. 1946-1952 เป็นครูสอนชั้น ม.1-2 สอนคนเดียว 2 ชั้น ที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา สอนครึ่งวันและเรียนครึ่งวัน (ภาษาลาติน-ฝรั่งเศส)
 
 
ศีลบรรพชา
เมื่อเรียนจบที่ปีนังแล้ว และทางผู้ใหญ่ก็เห็นสมควร ความเพียบพร้อมของชีวิต ที่จะเป็พระสงฆ์  พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี จึงได้บวชให้เป็นสงฆ์ ที่วัดนักบุญฟิลิป และยากอบ หัวไผ่ บ้านเกิด ในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1959 และคติพจน์ของท่านในวันบวชนั้นก็คือ อุทิศตนเพื่อการภาวนา และบริการพระวาจา คุณพ่อเมธี วรรณชัยวงศ์  เพื่อนร่วมชั้นก็รับศีลบรรพชาด้วย ส่วนคุณพ่อสง่า จันทรสมศักดิ์ ขอบวชทีหลัง หลังจากบวชแล้ว ตำแหน่งของท่านก็คือ
 


พิธีบวชพระสงฆ์

ไปเทศเข้าเงียบที่ปีนัง อาจารย์และเพื่อนเณรที่ปีนัง
 
เริ่มชีวิตการทำงาน
ปี ค.ศ. 1959-1963    เป็นปลัดวัดจันทบุรี  และเป็นวิญญาณารักษ์ ซิสเตอร์อารามฟาติมา คณะรักกางเขน 
ปี ค.ศ. 1963-1965    เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าแฉลบ-แหลมประดู่
ปี ค.ศ. 1965-1966    ไปศึกษาพิธีกรรม  และวิชาอภิบาลที่ประเทศเบลเยี่ยม
ปี ค.ศ. 1966-1967    ศึกษาวิชาคำสอนที่ปารีส ฝรั่งเศส
ปี ค.ศ. 1967-1970    เป็นเลขานุการพระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์  สงวน  สุวรรณศรี  
ปี ค.ศ. 1971 ได้รับสถาปนาจากองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ปอล ที่ 6  ให้เป็นพระสังฆราช สังฆมณฑลจันทบุรี สืบแทนพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ สงวน  สุวรรณศรี ซึ่งลาออก และได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช วันที่ 3  ตุลาคม ค.ศ. 1971 โดย พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี  
 
ในปี ค.ศ. 1963-1965 เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าแฉลบ  แหลมประดู่  ช่วงนั้นยังไม่มีรถยนต์ใช้ มีแต่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ ทำจากอังกฤษ แต่ในสมัยนั้นการใช้เสื้อหล่อยังบังคับใช้อยู่ แม้จะขี่มอเตอร์ไซค์ ก็ต้องใส่เสื้อหล่อด้วย วันหนึ่งขณะที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไป ชายเสื้อหล่อก็บังเอิญปลิวไปตะขบกับเฟืองรถ ผลก็คือรถหยุด เครื่องดับ ต้องตัดชายเสื้อหล่อออก และต่อมาเมื่อพระสังฆราชสงวน ย้ายมาเป็นเลขานุการพระสังฆราชสงวน ที่ศรีราชา ทุกเช้าต้องไปทำมิสซาที่วัดน้อยเซนต์ปอล ก็เกิดอุบัติเหตุเช่นเดียวกันอีก คราวนี้ผู้ขับขี่ถึงกับสลบ ตั้งแต่นั้นต่อมา พระสังฆราชสงวน ก็เลยประกาศห้ามใส่เสื้อหล่อขี่มอเตอร์ไซค์อีกต่อไป  แม้จะมีอุบัติเหตุ แต่เราก็เห็นว่า  ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้ายังคงคุ้มครองผู้เลือกสรรของพระองค์ 
 
 
 
ยิ่งตอนที่เพิ่งซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ  ผู้ขายก็บอกว่า ระหว่าง รัน-อิน อย่าขับเร็ว ฉะนั้นเมื่อออกจากหัวไผ่ไประยอง ผู้ขับขี่คิดว่าเพื่อไม่ให้เร็ว  ก็คือการขับขี่ช้าๆ โดยใช้เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เท่านั้น ก็ลองคิดดูนะครับ ขี่มอเตอร์ไซค์เกียร์ 1 เกียร์ 2 จากหัวไผ่ กว่าจะถึงระยองนั้นใช้เวลาแค่ไหน เครื่องร้อนจัด บางครั้งผู้ฉลาดทางธรรม ก็อาจไม่รู้เรื่องบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเครื่องจักรกลได้ แม้เราไม่ค่อยทราบมากมายนัก  ในช่วงชีวิตสงฆ์ของพระสังฆราช  แต่คติพจน์ในวันบวชของท่านก็คือ การภาวนาและการประกาศพระวาจา ซึ่งชี้ให้เห็นจิตตารมณ์แห่งการภาวนาในชีวิตสงฆ์ การเตรียมเทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้าอย่างดี ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นนักเทศน์ผู้มีชื่อท่านหนึ่ง และการที่ได้เป็นวิญญาณารักษ์ของคณะซิสเตอร์ คณะรักกางเขน ที่อารามฟาติมา ในระยะที่อยู่จันทบุรี ย่อมชี้ให้เห็นจิตตารมณ์ที่ลึกซึ้งในพระเจ้าจนสามารถนำวิญญาณของซิสเตอร์ได้ 
 
 
เนื่องจากพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ สงวน  สุวรรณศรี สุขภาพไม่สู้จะดีนัก เป็นอุปสรรคต่องานหน้าที่ในตำแหน่ง ท่านจึงขอลาออกจากหน้าที่ในปี ค.ศ. 1970  ซึ่งทางสันตะสำนักก็อนุมัติ โดยมีคุณพ่อสนิท วรศิลป์ เป็นผู้รับตำแหน่งรักษาการแทน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ ก็ได้แก่ พระสังฆราชลอเรนซ์  เทียนชัย  สมานจิต ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 40 ปีเท่านั้น  นับว่าเป็นอายุที่หนุ่มมาก สำหรับการเป็นพระสังฆราช  สารตราตั้งจากสันตะสำนัก สมัยสมเด็จพระสันตะปาปา ปอล ที่ 6 ออกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.  1971 และต่อมาพระสังฆราช สงวน คณะสงฆ์  นักบวช  ชาย-หญิง  และสัตบุรุษ ก็ได้กำหนดวันอภิเษก เป็นพระสังฆราช ที่วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ  หัวไผ่  ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1971  ท่ามกลางความยินดีของพระศาสนจักรคาทอลิกทั่วประเทศไทย คติประจำใจในวันบวชเป็นพระสังฆราช  คือ “ขอให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน”  (Ut omnes unum sint) ท่านได้พยายามใช้นโยบายแห่งการประนีประนอมควบคู่กับความรักเอาใจใส่ในการอภิบาลทั่ว สังฆมณฑล มีการสร้างวัดเพิ่มขึ้นในที่ต่างๆ ตามที่มีคริสตังอพยพไปอยู่อาศัยตามพื้นที่ในเขตสังฆมณฑลจันทบุรี 
 
ท่านทำงานอย่างเป็นระบบ คล่องตัวทั้งสายงานและบุคลากร ทางด้านสัตบุรุษตามวัดขอให้มีกรรมการวัด ต้องการการทำงานที่สนับสนุนกันเป็นกลุ่ม ทางด้านพระสงฆ์ ท่านก็เน้นการมีชีวิตภายในที่แข็งแกร่ง มีจิตใจในการทำงานที่เข้มแข็งรับผิดชอบ ต้องการการทำงานเป็นทีม ในระดับเขต และในระดับสังฆมณฑล 
 
วันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2009 สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงรับการลาเกษียณของพระสังฆราชลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต ประมุขสังฆมณฑลจันทบุรี