คุณพ่อ ปอล ยือแบง

 
 
คุณพ่อ ปอล ยือแบง
 
คุณพ่อ ปอล ยือแบง   เกิดวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1916  ที่ตำบลแกลร์   เมืองเบอซังซ็อง   ประเทศฝรั่งเศส  เป็นบุตรของเอวเยน ยือแบง  และมารีย์ ปาดัว  มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน  มารดาเสียชีวิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918  ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1  ขณะนั้นคุณพ่อมีอายุได้ 2 ขวบ
 
การศึกษา
ได้รับการศึกษาขั้นต้นในปี ค.ศ. 1921  จนถึงปี ค.ศ. 1931 ที่โรงเรียนประจำตำบลแกลร์ เมืองซังซ็อง สมัครเข้าบ้านเณรเล็กพระมารดานาจจานุเคราะห์ (Notre-Dame de Comsolation) วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1930  ศึกษาที่บ้านเณรแห่งนี้จนจบชั้นมัธยมปลาย หลังจากนั้นได้ย้ายมาศึกษาวิชาปรัชญาต่อที่บ้านเณรฟาเวร์เนย์ (Favernay) ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1935 จนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1936  และวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1937 ได้ย้ายมาศึกษาต่อทางเทววิทยาที่บ้านเณรคณะมิสซังต่างประเทศที่กรุงปารีส
 
คุณพ่อได้ถูกเกณฑ์เป็นทหารตามกฎหมายของฝรั่งเศสเป็นเวลา 2 ปี ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938  ที่เมืองเบลฟอร์ต (Belfort)  เมื่อครบกำหนดที่จะพ้นจากการเป็นทหารพอดีสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสแพ้สงคราม คุณพ่อและทหารคนอื่นจึงถูกจับเป็นเชลยของเยอรมันในวันที่ 19 มิถุ นายน ค.ศ. 1940  ในระหว่างที่ถูกจับเป็นเชลยนั้น คุณพ่อต้องทำงานหนักมาก เมื่อได้รับอิสรภาพแล้ว ได้เดินทางกลับฝรั่งเศสในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1945
 
ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945  ได้กลับเข้าศึกษาต่อในวิชาเทววิทยาอีกเป็นเวลา 3 ปี  ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1947  ที่วัดน้อยของบ้านเณรคณะมิสซังต่างประเทศโดยพระสังฆราชเลอแมร์ ถวายมิสซาแรกอย่างสง่าที่แกลร์ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1948
 
ชีวิตมิชชันนารีในประเทศจีน
เมื่อบวชเป็นพระสงฆ์ คุณพ่อได้รับมอบหมายจากคณะให้เดินทางไปทำงานเป็นมิชชันนารี ที่เมืองกิงมณฑลกวางสี ประเทศจีน ออกเดินทางจากมาร์เชยในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1948  มาถึงไซ่ง่อน วันที่ 27 เมษายนใน ปีเดียวกัน จากไซ่ง่อนเดินทางต่อไปยังเกาะฮ่องกงวันที่ 1 มิถุนายน  ถึงฮ่องกงวันที่ 3 วันที่ 7  โดยสารเรือจากฮ่องกงไปยังเมืองกันตง (Canton) ถึงเมืองกันตง ในเย็นวันที่ 7 วันที่ 26  ออกจากเมืองกันตงเพื่อไปยังเมืองนานกิง ถึงนานกิง วันที่ 29  คุณพ่อได้พักอยู่ชั่วคราวที่วัดนักบุญเปโตรและเปาโล ที่นั่น วันที่ 12 กรกฎาคม เดินทางโดยรถจีปของพระสังฆราชอัลบุยส์  (Mgr.Albouis) จากเมืองนานกิงไปยังเมืองลู่เซว (Lioutcheou) ซึ่งอยู่ทางเหนือ ถึงเมืองนี้วันที่ 13 เดือนเดียวกัน
 
ที่เมืองสู่เซว คุณพ่อเรียนภาษาจีนกับคุณพ่อมาเดออร์ (P.Madeore) ต่อจากนั้นได้ไปทำงานอภิบาลกับพวกคริสตังที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949 ประเทศจีนถูกคอมมิวนิสต์ ยึดครอง คุณพ่อต้องเดินทางออกจากเมืองลู่เชวในวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1950  เพื่อไปยังเมืองเชนตู ถึงเมืองแชนตูวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน และได้พักอยู่กับคุณพ่อเลอบลังก์ จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1951  คุณพ่อทั้งสองก็ถูกขับไล่ออกจากประเทศจีน จึงเดินทางไปอยู่ที่เกาะฉ่องกงในวันที่ 27 เดือนเดียวกัน คุณพ่อทำงานเป็นมิชชันนารีในประเทศจีนเป็นเวลาทั้งหมด 3 ปี 4 เดือน
 
ชีวิตมิชชันนารีในประเทศไทย 
ทางคณะได้ส่งคุณพ่อมาทำงานในประเทศไทย วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1951  คุณพ่อได้โดยสารเรือของอังกฤษมาถึงสิงคโปร์ ต่อจากนั้นก็โดยสารเรือของไทยมาถึงกรุงเทพฯ ในวันที่  29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1951
 
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระหฤทัย เชียงใหม่
เมื่อถึงกรุงเทพฯ แล้ว ในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1951  พระสังฆราชหลุยส์โชแรง ได้ส่งไปเรียนภาษาไทย และช่วยงานอภิบาลในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสของคุณพ่อเบรย์ ที่วัดพระหฤทัยเชียงใหม่
 
เจ้าอาวาสวัดพระนามพระเยซู บ้านแป้งและวัดนักบุญลูกา บางขาม
วันที่ 1 ตุลาคทม ค.ศ. 1953  คุณพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระนามพระเยซูเจ้าบ้านแป้ง สิงห์บุรี  เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 22 ของวัดนี้   เมื่อคุณพ่อเดินทางมาถึงก็เริ่มงานทันที  เพราะสิ่งต่างๆ ที่วัดมีสภาพโทรมมาก   สิ่งแรกที่ทำคือ สร้างบ้านพักซิสเตอร์หลังใหม่ เนื่องจากบ้านหลังเดิม นั้นโครงหลังคาและเสากำแพงถล่มลงมา คุณพ่อได้ขอความช่วยเหลือในการก่อสร้างจากพระสังฆราชโชแรง ซึ่งท่านก็ได้มอบเงินให้จำนวนหนึ่งหมื่นบาท เมื่อรวมกับเงินที่ได้จากการทำบุญก็มากพอสำหรับการก่อสร้าง ค่าจ้างแรงงานไม่ต้องเสียเพราะสัตบุรุษช่วยกันทำ เมื่อก็สร้างเสร็จในเดือนเมษายน ค.ศ. 1954  ก็เหลือเงินอีกครึ่งหนึ่ง คุณพ่อจึงทำการซ่อมแซมวัดในเวลาต่อมา เนื่องจากตัววัด หลังคา เพดาน และผนังเป็นอิฐ ส่วนที่เหลือเป็นไม้ซึ่งใช้การไม่ได้เพราะปลวกกินเหลือแต่ฐานและเสาเท่านั้นที่ยังอยู่ในสภาพดี งานซ่อมแซมวัดได้เริ่มทำในปี ค.ศ. 1955 โดยซ่อมหลังคาก่อน เปลี่ยนเป็นกระเบื้องแทนสังกะสี แต่เงินหมดเสียก่อน สัตบุรุษจึงช่วยกันบอกบุญ และช่วยกันออกแรง การซ่อมแซมจึงเสร็จในปี ค.ศ. 1960  คุณพ่อได้เริ่มสร้างบ้านพักพระสงฆ์หลังใหม่ เสร็จในปี ค.ศ. 1962 นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่นอีกหลายอย่างที่คุณพ่อได้ทำให้แก่วัดบ้านแป้ง ในระหว่างนี้ได้รับหน้าที่ดูแลวัดนักบุญลูกา บางขาม ลพบุรี แทนคุณพ่อเมอร์นีเอร์ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1960 ถึงวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1962  เป็นเวลา 2 ปี โดยมีพระสงฆ์หนุ่มเป็นผู้ช่วย คือ คุณพ่อฮั่วเซี้ยง กิจบุญชู (ปัจจุบัน คือ พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู)  คุณพ่อทั้งสองได้ผลัดกันไปทำมิสซาในวันอาทิตย์ ทั้งที่บ้านแป้งและบางขามเป็นประจำจนถึงวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1962  คุณพ่อฮั่วเซี้ยงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางขาม คุณพ่อยือ แบง จึงทำหน้าที่เจ้าอาวาสวัดบ้านแป้งเพียงแห่งเดียว วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1963  คุณพ่อได้รับอนุญาตให้เดินทางไปพักผ่อนประจำปีเป็นครั้งแรก  คุณพ่อได้เลือกไปฮ่องกง จนถึงวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1963  เมื่อกลับมาก็รับหน้าที่เจ้าอาวาสวัดบ้านแป้งตามเดิม คุณพ่อปกครองวัดบ้านแป้งจนถึงวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1965  ตลอดเวลา 11 ปี 4 เดือนคุณพ่อปกครองดูแลสัตบุรุษวัดบ้านแป้งด้วยความเอาใจใส่ทั้งทางด้านวิญญาณและด้านร่างกายได้สร้างความเจริญให้แก่วัดเป็นอย่างมาก
 
เจ้าอาวาสวัดนักบุญยวง บัปติสตา เจ้าเจ็ด
คุณพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญยวง บัปติสตาเจ้าเจ็ด ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1965  คุณพ่อเห็นว่าโรงเรียนของวัด (โรงเรียนประสาทศิลป์) อยู่ในสภาพที่เก่าและชำรุดทรุดโทรมมาก ทั้งจำนวนนักเรียนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่อจึงตัดสินใจสร้างโรงเรียนหลังใหม่เป็นตึกสองชั้น การก่อสร้างต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ทางวัดมีไม่พอ คุณพ่อจึงไปเรี่ยไรเงินขอความช่วยเหลือจากคริสตังวัดต่างๆ สามารถรวบรวมเงินประมาณ 1 ล้านบาท อาคารหลังนี้สร้างเสร็จและทำพิธีเสก วันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1970  ในโอกาสฉลองวัด
 
นอกจากการสร้างโรงเรียนใหม่แล้ว  คุณพ่อยังห่วงใยความเป็นอยู่ของสัตบุรุษ จึงได้ดำเนินการขอติดตั้งไฟฟ้าในหมู่บ้านจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจนสำเร็จ และเริ่มใช้ในโอกาสฉลองวัด วันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1970 เช่นกัน
 
ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1967  ถึงวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1968  คุณพ่อได้เดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นครั้งที่สอง
 
วันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1973  ได้รับหน้าที่ดูแลวัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก แทนคุณพ่อบุญเลิศ เกตุพัฒน์ ซึ่งย้ายไป คุณพ่อจึงทำหน้าที่เจ้าอาวาสทั้งสองวัดคือวัดเจ้าเจ็ดและวัดหน้าโคก
 
วันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 1974  คุณพ่อเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นครั้งที่สาม  โดยมีคุณพ่อสง่า จันทรสมศักดิ์ พระสงฆ์จากจันทบุรี มารักษาการณ์แทน เมื่อคุณพ่อกลับมา วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1975  พระอัครสังฆราชมีชัยได้ส่งคุณพ่ออนันต์ เอี่ยมมโน มาช่วยในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาส  คุณพ่อปกครองวัดเจ้าเจ็ดจนถึงวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1976
 
เจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก
คุณพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซา หน้าโคก ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1973  ในระหว่างที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเจ้าเจ็ด คุณพ่อต้องเดินทางไปมาระหว่าง 2 วัด นี้เพื่อทำมิสซาและทำหน้าที่อภิบาลสัตบุรุษ จนถึงวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1976  จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหน้าโคกเพียงวัดเดียว
 
คุณพ่อได้พยายามส่งเสริมกิจการของโรงเรียนแสงทองวิทยา ได้ขยายชั้นเรียนจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  พร้อมกับเตรียมที่ดินเพื่อก่อสร้างวัดหลังใหม่ พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู ได้มาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1979  วัดใหม่นี้ได้สร้างเสร็จและทำพิธีเสกในวันที่  7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1981
 
ปลายปี ค.ศ. 1981  คุณพ่อยือแบงป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นเวลาหลายเดือน
 
กิจการต่างๆ มากมายที่คุณพ่อยือแบงได้ทำเพื่อความเจริญของวัด ในระหว่างทำหน้าที่เจ้าอาวาส ทั้งด้านงานอภิบาลสัตบุรุษ และการก่อสร้างต่างๆ ประกอบกับการที่คุณพ่อมีสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล คุณพ่อจึงขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดหน้าโคก ในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 1984  และยังคงพักประจำอยู่ที่วัดหน้าโคกจนถึงวาระสุดท้าย ช่วยงาน  คุณพ่อเจ้าอาวาสองค์ใหม่เท่าที่จะทำได้ เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปีกว่าที่คุณพ่อได้ดำรงตำแหน่ง    
 
เจ้าอาวาสวัดหน้าโคก  และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับคุณพ่อยือแบง ซึ่งมีสุขภาพไม่ดี  
 
และชราภาพ พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชูเมื่อบวชเป็นพระสงฆ์ใหม่ๆ เคยทำงานร่วมกับคุณพ่อยือแบงในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบ้านแป้ง ได้ดำเนินการให้ต่อเติมห้องพักชั้นล่างของบ้านพักพระสงฆ์ ด้านริมน้ำ เพื่อให้คุณพ่อยือแบงได้พักผ่อนอย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่คุณพ่อก็มาล้มป่วยลงก่อน
 
หลังสุดนี้ คุณพ่อได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน  มีสัตบุรุษจากวัดหน้าโคกมาเยี่ยมเยือน ดูแลคอยช่วยคุณพ่อเสมอๆ คุณพ่ออดทน ไม่บ่น หรือแสดงความเจ็บปวดให้คนอื่นเห็น ใบหน้ายิ้มแย้ม และพูดคุยกับคนทั่วไป และมักจะพูดอยู่เสมอๆ ว่า คุณพ่อพร้อมจะไปหาพระแล้ว
 
คุณพ่อได้มอบวิญญาณคืนแด่พระ ในวันที่ 16 มกราคม  ค.ศ.  1997  ด้วยจิตใจที่สงบ
 
“ลาก่อน... พระเป็นเจ้ากำลังเสด็จมา”  “Adieu…Le Seigneur vient”
 
ชีวิตของคุณพ่อเป็นธรรมทูต (มิชชันนารี) ผู้ละทิ้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง บ้านช่อง เรือกสวนไร่นา เพื่อประกาศความรักของพระแก่ผู้อื่น แม้นบางแห่งจะโดนเบียดเบียนต่อต้าน ขับไล่ก็ตาม
 
ชีวิตธรรมทูต  ของคุณพ่อ  มีความรักเยี่ยงบิดาที่จะให้แก่ลูกๆ ทุกคน
 
ชีวิตสงฆ์ของคุณพ่อเป็นสงฆ์แห่งความเชื่อเป็นนักสวดภาวนา
 
ชีวิตหนึ่งของคุณพ่อ คือ ชีวิตเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง.