คุณพ่อ มาร์แซล โกเชต์

 

คุณพ่อ มาร์แซล โกเชต์

คุณพ่อ มาร์แซล โกเชต์  พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (เอ็มอีพี)  เกิดวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1918   ที่บ้านเปรเซ ประเทศฝรั่งเศสเข้าบ้านเณรใหญ่คณะมิสซังต่างประเทศ ปี ค.ศ. 1937 คุณพ่อได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์วันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1946 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946  ออกเดินทางจากประเทศฝรั่งเศสไปประเทศจีน (สังฆมณฑลนานกิง) วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1951 ถูกขับไล่ออกจากประเทศจีน ด้วยคอมมิวนิสต์
  
จากนั้น วันที่ 1 ธันวาคม  ค.ศ. 1951  คุณพ่อเดินทางเข้าประเทศไทย และเรียนภาษาไทยที่วัดนักบุญยอแซฟ หนองรี  
 
ประวัติการทำงานในประเทศไทย
 
คุณพ่อมาร์แซล โกเชต์ คุณพ่อเจ้าอาวาสองค์ที่ 12  วัดนักบุญยอแซฟ หนองรี ใน ปี ค.ศ.1951 ในฐานะคุณพ่อปลัด ต่อมาเมื่อคุณพ่อเปแรง เกิดอุบัติเหตุ ตกรถจักรยานยนต์และขาหักต้องกลับไปฝรั่งเศส คุณพ่อโกเชต์ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคุณพ่อเจ้าอาวาสวัดบ้านนาและหนองรี ในปี ค.ศ. 1955-1968
 
คุณพ่อโกเชต์ สร้างถนนเข้าวัดหนองรี ยาว 3 กิโลเมตร ในปี ค.ศ. 1956 ในสมัยคุณพ่อโอลลิเอร์ เป็นต้นมา มีคนจีนจำนวนมากมาอยู่หนองรี ย้ายมาจากปราจีนหรือแหลมโขดบ้าง มาจากเมืองจีนโดยตรงบ้าง  แต่บางครอบครัวอยู่ชั่วคราวเท่านั้นก็อพยพไปที่อื่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 เป็นต้นมา  คนจีนค่อยๆ ไปหาที่ทำกินที่อื่น คนที่เคยทำการค้าในประเทศจีน  จะอยู่ที่หนองรีก็ไม่มีอาชีพแล้ว  ถึงแม้ว่ามีคนมาก  ทางคมนาคมก็ไม่มี ไปซื้อข้าวของมาขายก็ยากที่สุด  หน้าฝนยิ่งยากขึ้นไปอีกต้องเดินตามหัวคันนาบ้าง ตามน้ำบ้าง ข้ามห้วยหรือคลองบ้าง ไม่สะดวก ส่วนผู้ที่ทำสวน ส่งผลิตผลไปขายก็แสนยากเช่นกัน ต่างคนต่างไปหาแหล่งอาศัยที่เจริญกว่า ทางอำเภอมีโครงการสร้างถนน ตั้งแต่สุวรรณศรไปหนองรี แต่ก็ไม่สำเร็จ ไม่มีใครทำ พ่อโกเชต์ไม่กลัวการงาน มีแต่ดูมือดูนิ้วของท่านเป็นมือของกรรมกรแท้ๆ จึงตัดสินใจ ทางวังต้น-หนองรี จะเป็นงานฝีมือของท่าน ก่อนจะสร้างวัด จะลงมือสร้างถนน คุณพ่อไปหานายอำเภอ ขอแบ่งเงินที่ได้จากภาษีที่ดินของอำเภอมาช่วยกันทำทาง ซึ่งนายอำเภอมีความไว้ใจในฝีมือและในความสุจริตของคุณพ่อ ก็ตกลงช่วย นายอำเภอช่วยการเงินบ้าง, คุณพ่อโกเชต์ทำงานกับชาวบ้าน ซื้อรถไถนามาดันดินถมถนน และเป็นผู้ช่วยแรงสร้างสะพานด้วย และในที่สุด ทางวังต้น-หนองรี ก็เสร็จเรียบร้อย เป็น “ถนนโกเชต์” ก็ว่าได้ “ถนนโกเชต์” นี้ นำความเจริญมาสู่บ้านหนองรี และแถบเหนือหนองรีไปถึงดง ต่อไปที่ดินที่เป็นหนาม ทุ่งหญ้าไร้ผู้คนอาศัย ในไม่ช้าจะแปรสภาพเป็นนา เป็นสวน เป็นหมู่บ้าน คุณพ่อโกเชต์เป็นผู้ริเริ่ม แต่คนจีนส่วนมากไปจากหนองรีแล้ว ชาวจีนส่วนมากได้อพยพไปอยู่จังหวัดอื่นเกือบหมดแล้ว เพราะทางสายนี้สร้างขึ้นมาช้าไป ต่อมานายอำเภอก็ได้จัดการขยาย “ถนนโกเชต์” แล้วต่อถนนสายนี้ไปถึงเขาชะโงกถึงในดง ฯลฯ  คุณพ่อโกเชต์ ได้เป็นผู้เปิดทางความเจริญไปสู่ชนบท ในส่วนนี้ของตำบลบ้านพร้าว แต่ผู้ใช้ถนนสายนี้ในปัจจุบันคงไม่รู้จักประวัติ และเกียรติคุณของ คุณพ่อโกเชต์  
 
คุณพ่อโกเชต์ สร้างวัดใหม่เป็นตึก ในปี ค.ศ. 1957  คุณพ่อได้เห็นความจำเป็นที่จะต้องสร้างวัดใหม่ และบ้านซิสเตอร์ใหม่ เพราะวัดไม้ของคุณพ่อโอลลิเอร์กับบ้านซิสเตอร์ชำรุดทรุดโทรมมากโดนปลวกทำลายฝาผนัง แต่ไม่มีงบประมาณสร้าง ถนนเสร็จเรียบร้อย จะลงมือสร้างวัดใหม่ทันที
 
สมัยนั้น ใครจะสร้างวัด หรือบ้านพักชีสงฆ์ ได้รับก็แต่คำอวยพร และคำแสดงความยินดี  แต่ส่วนปัจจัยนั้น  ต้องไปหาเอง เรี่ยไรตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ไปเป็นคนขี้ขอ  เคาะประตูต่อประตูทั้งเมือง  คงไม่มีวัดใด หรือครอบครัวใด  ที่ไม่รู้จักคุณพ่อโกเชต์  จนได้รับสมญาว่า “คุณพ่อวิตามิน ง” (เงิน) ได้เงินบ้างแล้วก็ไปก่อสร้างทันที เงินหมดแล้วก็ไปเรี่ยไรทันที วันหนึ่ง พระสังฆราชโชแรง เรียกคุณพ่อโกเชต์มาว่ากล่าว
 
“คุณพ่ออยู่บ้านนา-หนองรี หรือว่าอยู่กรุงเทพฯ? เราเห็นพ่อมากรุงเทพฯ เรื่อยๆ เราสั่งให้อยู่โน่น ไม่ให้มากรุงเทพฯ เช่นนี้ต่อไป ฯลฯ.”
 
คุณพ่อโกเชต์เสียใจ ก็ตอบพระสังฆราชว่า  “อ้าว.... ท่านเคยแสดงความยินดี ทั้งอวยพรให้ผมสร้างวัดจนสำเร็จ ไม่เห็นว่าท่านจะให้เงินช่วยผมบ้าง ท่านไม่ให้ผมก็ต้องหาเอง ต้องไปเรี่ยไรขอคริสตังช่วยจึงจะสำเร็จ  ถ้าผมไปเรี่ยไรหาทุนสร้างวัดไม่ได้แล้ว ผมขอลาออกจากหนองรีทันที.”
      
 
วันรุ่งขึ้น พระสังฆราชโชแรงเรียกคุณพ่อโกเชต์มาหาใหม่ คุณพ่อก็ไปหา ยื่นใบลาให้ แต่พระสังฆราช...คราวนี้แสดงหน้ายิ้มๆ กล่าวว่า “ไม่ต้องลาออก จะสร้างวัดให้เสร็จ บรรดาคริสตังทั่วไปยินดีช่วยในการสร้างวัดก็เป็นการสร้างบุญกุศล ไปเถิดเรี่ยไรต่อไป จึงจะสำเร็จได้ พ่อโกเชต์จึงได้ไปเรี่ยไร เรี่ยไรจนกว่าวัดจะสร้างสำเร็จ และมีการเสกวัดใหม่ ในปี ค.ศ.1957
 
คุณพ่อโกเชต์พัฒนาที่ดิน ปลูกสวนยางพาราใหม่ ขณะที่สร้างถนน สร้างวัดใหม่ คุณพ่อโกเชต์ไม่ลืมที่ดินของมิสซังฯ  คุณพ่อโกเชต์ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัด ยืนหนังสือขอทำการรังวัด เพื่อจะได้รับโฉนดที่ดินในนามของมิสซัง ชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ยังพูดถึงคุณพ่อโกเชต์ เดินตามทุ่งนาทั่วไป ปักไม้ไผ่สูงๆ มีธงแดง เพื่อจะได้เห็นแต่ไกล เพราะยังมีพุ่มไม้สูงๆ อยู่มากมาย ปักหลักธรรมดามองไม่เห็น เจ้าหน้าที่นัดมาทำการรังวัด  เริ่มวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1956  กะให้รังวัดเสร็จภายใน 20 วัน แต่ต้องมารังวัดหลายๆ ครั้ง วัดแล้ววัดเล่า เป็นที่ดินแปลงใหญ่ 500 กว่าไร่ กินเวลาหลายวันกว่าจะเสร็จ คุณพ่อโกเชต์ไม่ทันได้รับโฉนด ก็ต้องย้ายไปรังวัดใหม่ทางนี้ รังวัดใหม่ทางโน้น ในสมัยคุณพ่อวิศิษฎ์ หริพงศ์ จึงได้รับโฉนดเวลานั้นคนจีนอพยพไปที่อื่นเสียแล้ว เหลือไม่กี่ครอบครัวที่ทำสวนส่วนคริสตังคนไทยทำนาไม่มาก คุณพ่อโกเชต์จึงต้องแบ่งนาเช่าใหม่ให้ชาวนาที่อยู่บริเวณนั่นเสีย แบ่งครอบครัวละ 20 ไร่ 30-40-50 ไร่ แล้วแต่ความสามารถคิดว่าเช่านาถูก เพราะที่เป็นนาเตียนแล้ว ที่ยังรกอยู่เป็นหนามก็ให้ค่อยๆ ถางขยายที่ทำนาให้มากที่สุด โดยไม่คิดขึ้นค่าเช่าเลยส่วนคุณพ่อโกเชต์เอง ก็ถอนต้นยางพารา ซึ่งคุณพ่อยวงเฮียงได้ปลูกไว้ เพราะเป็นต้นยางที่แก่แล้ว ไม่ผลิตน้ำยางเสียแล้ว คุณพ่อยังปรับที่เสียใหม่ แล้วติดต่อรัฐบาลขอพันธุ์ไม้ยางมาปลูกใหม่ 2 แปลง กับได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รับเป็นประจำทุกปี ในภายหลัง คุณพ่อวิศิษฎ์ ไม่ชำนาญในการทำสวนยางพารา และไม่มีเวลาสนใจเรื่องต้นยางพารา  ก็ได้ขอเลิกรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว แต่สวนยางพาราก็ยังอยู่ ยังเจริญอยู่ ให้ความเอาใจใส่ของคุณพ่อแวรดิแอร์ อธิการของพระคริสตาราม
 
คุณพ่อโกเชต์เป็นคุณพ่อเจ้าอาวาสผู้หนึ่งที่เข้าอยู่ในประวัติของวัดนักบุญยอแซฟ หนองรี เป็นผู้ได้นำความเจริญมาสู่บ้านหนองรีและชนบทตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา เป็นผู้สมควรได้รับ คำชมเชย และอิสริยาภรณ์ประจำตำบลบ้านพร้าว  แต่ก็คงจะได้รับก็แต่ในสวรรค์เท่านั้น
 
คุณพ่อมาร์แชล โกเชต์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญเปาโลกลับใจ (บ้านนา) ปี ค.ศ. 1955-1968 แทนคุณพ่อเปแร็งซึ่งประสบอุบัติเหตุต้องกลับไปรักษาตัวอยู่ที่ฝรั่งเศส คุณพ่อโกเชต์ได้สร้างหอพักเด็กนักเรียนประจำ เนื่องจากจำนวนนักเรียนได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนและวัดที่ได้สร้างไว้แต่ก่อนนั้นเล็กเกินไปแล้ว คุณพ่อจึงคิดที่จะสร้างวัดแยกออกต่างหาก จึงได้ออกไปบอกบุญและหาทุนเพื่อที่จะนำมาสร้างวัด จนคริสตังในกรุงเทพฯ รู้จักคุณพ่อดีทุกคน คุณพ่อต้องการสร้างวัดให้มีลักษณะแบบวัดไทยสมัยใหม่ จึงต้องใช้ทุนในการสร้างสูง วันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1960 พระสังฆราช โชแรง ได้มาทำพิธีเสกศิลาฤกษ์และเสกระฆัง ซึ่งมีผู้ที่ไม่ประสงค์ออกนามถวายให้ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1962 ได้มีพิธีเสกวัดบ้านนาหลังใหม่อย่างสง่า นอกจากนี้แล้วคุณพ่อโกเชต์ยังได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีกหลายแปลงที่บ้านนา
 
ปี ค.ศ. 1968-1976  คุณพ่อก็ได้ย้ายไปประจำที่วัดอัครเทวดาคาเบรียล สันติสุข สังฆมณฑลนครสวรรค์
 
ปี ค.ศ. 1976-1978  คุณพ่อเป็นเจ้าอาวาสวัดพระนามกรเยซู (วัดบ้านแป้ง)
 
ปี ค.ศ. 19788-1999 คุณพ่อก็เดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส  เป็นจิตตาธิการบ้านพักคนชรา จนครบเกษียณ
 
ในยามเกษียนคุณพ่อได้ไปอยู่ที่บ้านพักคนชราบ้านดูเซ  ประเทศฝรั่งเศส  จนคุณพ่อได้มรณภาพ ในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2005  รวมอายุ 87 ปี คุณพ่ออยู่ในประเทศไทย 27 ปี