คุณพ่อฟรังซิสโก อังเดร โอนี

  • Print

 

คุณพ่อฟรังซิสโก อังเดร โอนี

คุณพ่อฟรังซิสโก อังเดร โอนี เป็นชาวอิตาลี เกิดวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1911 ที่กรุงโรม 
 
เด็กชายฟรังซิสสมัครเข้าบ้านเณรคณะซาเลเซียนในประเทศอิตาลี เมื่อเรียนปรัชญาจบแล้วผู้ใหญ่ของคณะส่งเณรฟรังซิสกับสามเณรอีกหลายคนมาเรียนเทวศาสตร์ที่สามเณราลัยคณะซาเลซียนในประเทศไทย
 
คุณพ่อได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ. 1930 ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์วันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1940 และได้ทำงานตามสังฆมณฑลต่างๆ ดังนี้ ราชบุรี, ท่าแร่-หนองแสง, อุบลราชธานี, นครราชสีมา และอุดรธานี
 
หลังจากที่เป็นสงฆ์คณะซาเลเซียนนานหลายปี คุณพ่อลาออกจากคณะซาเลเซียน ปี ค.ศ. 1949 แล้วเข้ามาสังกัดมิสซังลาว ซึ่งสมัยนั้นภาคอีสานของไทยและเขตเมืองท่าแขกกับเขตเมืองปากเซในประเทศลาวรวมตัวเป็นมิสซังเดียวกัน มิสซังลาวนี้อยู่ในการปกครองของพระสังฆราชคณะ MEP เริ่มแรกคุณพ่อฟรังซิสโก อังเดร โอนี เป็นพ่อปลัดที่วัดหนองแสง (เมืองนครพนม) ต่อมาคุณพ่อรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเชียงยืนริมฝั่งแม่น้ำโขง
        
ต่อจากนี้ในปี ค.ศ. 1952  คุณพ่อเป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระนิรมล เมืองอุบลราชธานี และ ปี ค.ศ. 1954 คุณพ่อย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดสีถาน
 
สมัยพระสังฆราชวังการ์แวร์ ปี ค.ศ. 1967 คุณพ่อฟรังซิสโก อังเดร โอนี สมัครเข้าคณะ MEP  แล้วผู้ใหญ่คณะส่งคุณพ่อมาทำงานในสังฆมณฑลนครราชสีมา ซึ่งพระสังฆราชวังการ์แวร์เป็นผู้ปกครองได้ 2 ปีแล้ว อันดับแรกคุณพ่อเป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสที่โรงเรียนมารีย์วิทยา ต่อมาพระสังฆราชวังการ์แวร์แต่งตั้งคุณพ่อไปหาทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอิตาลี เพื่อสร้างโรงพยาบาลเซนต์เมรี่ เมื่อกลับจากนอกแล้ว คุณพ่อรับการแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกสังฆมณฑล ช่วงปี ค.ศ. 1974 นอกจากนี้คุณพ่อรับหน้าที่เป็นผู้ฟังแก้บาปที่บ้านเณรกลาง
 
สมัยพระสังฆราชพเยาว์ มณีทรัพย์ คุณพ่อเป็นคณะที่ปรึกษาพระสังฆราชถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1979
 
ปลายปี ค.ศ. 1979 คุณพ่อขอลาออกจากสังฆมณฑลนครราชสีมา แล้วท่านเข้าสังกัดสังฆมณฑลอุดรธานี (สมัยพระสังฆราชยอด พิมพิสาร) แต่คุณพ่อยังเป็นสมาชิกคณะ MEP คุณพ่อรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเมืองพล ค.ศ. 1992 เป็นเวลา 10 กว่าปี
 
นอกจากนี้คุณพ่อได้เป็นพยานกรณีคุณพ่อนิโคลาสบุญเกิด กฤษบำรุง ด้วย และเป็นผู้ประสานงานในประเทศไทยเรื่องการใช้ภาษาเอสเปแรนโต (Esperanto) ซึ่งเป็นภาษาที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างประชาชาติและพัฒนาจนเป็นภาษาที่มั่งคั่งด้วยสิทธิ์ของตนเองอย่างรวดเร็ว และเป็นสื่อชักนำผู้คนที่แตกต่างกันด้วยภาษาและวัฒนธรรมให้มารวมตัวกัน
 
ชีวิตบั้นปลาย ปี ค.ศ. 1993 คุณพ่อพักเกษียณในเขตสำนักพระสังฆราชอุดรธานี
 
วาระสุดท้ายเดือนกันยายนค.ศ.2000 คุณพ่อกลับไปประเทศฝรั่งเศส เข้าบ้านพักพระสงฆ์ชรา MEP ที่มองเบตอง (Montbeton) คุณพ่อถึงแก่กรรม  คุณพ่อถูกฝังในสุสาน MEP ที่นั่น.