วัดนักบุญโธมัสอัครสาวก

 
ตั้งอยู่เลขที่ 122/10 ซอยนาคสุวรรณ  ถนนนนทรี
แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทร. 02-681-3834, 02-681-3836
โทรสาร. 02-681-3835
 
วัดนักบุญโธมัสอัครสาวกก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1995 โดยมีที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคารเซนต์โธมัส ของโครงการพี เอส ที คอนโด ซอยนาคสุวรรณ ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี  เขตยานนาวา  กรุงเทพฯ
 
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านศาสนกิจแก่สัตบุรุษที่อาศัยอยู่ในกลุ่มอาคารพี เอส ที คอนโด, หมู่บ้าน บากอง และบริเวณใกล้เคียง โดยมี  คุณพ่ออดุลย์ คูรัตน์ เป็นพระสงฆ์ผู้ดูแลคนแรก 
 
ต่อมาในปี ค.ศ.  2006 คุณพ่อบุญเสริม เนื่องพลี ได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลแทน  โดยได้มีการปรับปรุงสถานที่ทั้งด้านนอกและในวัดอย่างสวยงาม จัดทำทางลาดสำหรับรถเข็นผู้สูงอายุให้สามารถเข้าวัดได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น  ทั้งยังได้เริ่มจัดงานฉลองคริสตมาสขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยซึ่งสัตบุรุษที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้ให้ความสนใจพาบุตรหลานมาร่วมพิธีในคืนฉลองคริสตมาสเป็นจำนวนมาก 
 
 
คุณพ่อทนุ  เจษฎาพงศ์ภักดี เป็นเจ้าอาสาววัดนักบุญโธมัสอัครสาวก (2009-2014)  และได้จัดงานฉลองวัดนักบุญโธมัสอัครสาวกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2009 โดยได้เชิญพระคาร์ดินัลไมเกิ้ลมีชัย กิจบุญชู มาเป็นประธานในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณและได้เสกรูปปั้นนักบุญโธมัสด้วย
 
ปี ค.ศ. 2012 ได้มีการเลือกตั้งสภาอภิบาลของวัดเป็นครั้งแรก และได้รับการประกาศแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.2012 โดยมี เทเรซาสุดาพร อภิชนรัตนกร เป็นผู้อำนวยการ
 
 
สัตบุรุษวัดนักบุญโธมัสได้ร่วมใจกันบริจาคเงินสร้างวัดนักบุญเปาโล มิกิ บ้านแม่สะเปา ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นจำนวนเงินสี่แสนบาท มีพิธีเปิดและเสกวัดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2012 โดยพระสังฆราชพิบูลย์ 
 
ปี ค.ศ. 2013 ได้มีการปรับปรุงวัดให้ขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 120 ที่นั่ง เป็น 180 ที่นั่ง สัตบุรุษได้ร่วมกันสมทบทุนปรับปรุงจำนวน 5 แสนบาท ทางสังฆมณฑลได้สนับสนุนอีก 1.5 ล้านบาท
 
ปี ค.ศ. 2014 มีการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และบูชาขอบพระคุณสำหรับผู้สูงอายุ 2 เดือนครั้ง จัดเข้าเงียบประจำปีสำหรับสภาภิบาลวัด อภิบาลผู้ที่แสวงหาที่พักพิงทุกวันอาทิตย์ ออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ และผู้ป่วยกับสภาภิบาลและพลมารีย์
 
วันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ฉลองวัด ครบ 20 ปี โดยคุณพ่ออดุลย์ คูรัตน์

กิจกรรมผู้สูงอายุ 2 เดือน ครั้ง เสาร์สัปดาห์ ที่ 1 , BEC  2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เสาร์ปลายเดือน , กลุ่มที่ 2 ศุกร์ ต้นเดือน 
 
ปี ค.ศ. 2016 จัดตั้งศีลมหาสนิท และอวยพรทุกวันศุกร์ต้นเดือน  เข้าเงียบสภาภิบาลปีละ 1 ครั้ง (ช่วงต้นปี)  พบปะเด็กช่วยมิสซาเทอมละ 1 ครั้ง มิสซาผู้สูงอายุทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน

วันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2016 มีล้างบาปผู้ใหญ่ 3 คน

วันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 ฉลองวัดประจำปี

วันที่ 13- 21 ตุลาคม ค.ศ. 2016 มิสซาถวายความอาลัย พระเจ้าบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ได้รับประกาศเกียรติคุณยกย่องวัดนักบุญโธมัสอัครสาวก เป็น “สถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี 2561” ประเภท “ศาสนสถาน Friendity Design” จาก นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

จัดมอบถุงยังชีพให้ผู้ยากไร้ในชุมชนรอบบริเวณวัดปีละ 1 ครั้ง

 

รายชื่อเจ้าอาวาส

คุณพ่ออดุลย์ คูรัตน์                ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ.1998-2006

คุณพ่อบุญเสริม เนื่องพลี         ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ.2006-2009

คุณพ่อทนุ เจษฎาพงศ์ภักดี      ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ.2009-2014

คุณพ่อยอดชาย เล็กประเสริฐ   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ.2014-ปัจจุบัน

 
 
พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เสกรูปปั้นนักบุญโธมัส
 
 
ประวัตินักบุญโธมัส อัครสาวก
โทมัส ในภาษาอารามัยหมายความว่า “คู่แฝด” และด้วยเหตุนี้เองที่นักบุญ ยอห์น อัครธรรมทูต เรียกท่านเป็นภาษากรีกว่า “ดิดิม” ( ยน 11:16 ; 20:24 )
 
ผู้นิพนธ์พระวรสาร 3 ท่านแรกคือ นักบุญมัทธิว, นักบุญมาระโก, และนักบุญลูกา พอใจที่จะนับนักบุญโทมัสให้อยู่ในจำนวนอัครธรรมทูตสิบ สององค์ (มธ 10: 3 ; กจ 1:13) ตรงข้ามกับนักบุญยอห์นซึ่งพระวรสารของท่านจะออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป คือ การที่มนุษย์จะยอมรับรู้หรือว่าจะไม่ยอมรับข่าวสารของพระคริสตเจ้า ดังนั้นดูเหมือนว่านักบุญยอห์นจะให้ความสำคัญมากในพระวรสารของท่านที่จะแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาที่บรรดาอัครธรรมทูตได้แสดงออกในชีวิตประจำวัน โดยนัยนี้นักบุญยอห์นจึงถือว่านักบุญโทมัสเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเป็นคนเชื่อยากของบรรดาอัครธรรมทูต คือ นักบุญโทมัสสามารถเล็งเห็นความยากลำบากและภัยอันตรายที่จะเดินทางมุ่งหน้าไปสู่กรุงเยรูซาเลม โดยที่ท่านไม่เข้าใจถึงความหมายอันลึกซึ้งของการเดินทางนี้ (ยน 11:16) และอาจจะเป็นเพราะความจริงใจของท่านที่ท่านเองไม่รู้สึกจะมีความกระตือรือร้นในทรรศนะต่างๆ ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงแสดงให้เห็นในสุนทรพจน์ระหว่างการรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้าย (ยน 14:1-6)
 
ดังนั้นหลังจากที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จกลับคืนชีพแล้ว ท่านก็อยากจะทดลองดูว่า พระองค์ทรงเป็น พระคริสตเจ้าจริงๆ หรือเปล่าโดยอาศัยการสัมผัสพระองค์ ทั้งๆ ที่เวลานั้นต้องอาศัยความเชื่อในการรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าผู้เสด็จกลับคืนชีพแล้ว ( ยน 20:24-29 ) แต่ว่าไม่กี่วันให้หลังขณะที่ท่านได้อยู่พร้อมๆ กับบรรดาอัครธรรมทูตองค์อื่นๆ ท่านเหล่านี้ได้รู้จักพระ คริสตเจ้าผู้ได้กลับคืนชีพแล้ว ส่วนท่านเองเพิ่งจะสามารถรู้จักพระองค์ แต่ท่านก็ได้ยืนยันความเชื่อที่น่าทึ่งมาก
 

“ องค์พระเจ้าของข้าพเจ้า และพระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ( ยน 20:28 )
 
ในชีวิตของนักบุญโทมัสเปรียบเสมือนการเดินทางที่ยาวนานที่ผ่านจากความจริงใจตามประสามนุษย์ ไปสู่ความรู้ในพระจิตเจ้า
 
เราไม่รู้ถึงสภาพแวดล้อมของงานธรรมทูตของท่านหลังจากที่ บรรดาอัครธรรมทูตได้ทรงรับพระจิตแล้ว น่าจะเป็นไปได้ที่ท่านได้เดินทางข้ามพรมแดนของอาณาจักรโรมันมุ่งหน้าไปสู่เปอร์เซียและอินเดีย แต่ว่าธรรมประเพณีในสมัยกลางมักจะยกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ส่วนใดส่วนหนึ่งให้กับอัครธรรมทูตองค์ใดองค์หนึ่ง อันเป็นการเสี่ยงต่อการที่จะบิดเบือนไปจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตามบรรดาอัครธรรมทูตมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการแพร่ธรรมไปทั่วทุกมุมโลก เพราะว่าได้รับคำสั่งจากพระเยซูเจ้า
 
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ให้เราได้แสดงออกซึ่งความเชื่อของเราในองค์พระคริสตเจ้าโดยกล่าวว่า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า”
 
2. ในท่ามกลางความชื่นชมยินดี และ ในการทดลองก็ขอให้เราได้กล่าว เช่นเดียวกันว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า  และพระเจ้าของข้าพเจ้า”
3. ให้เรากล่าวสำหรับคนที่ไม่เชื่อเช่นเดียวกันว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า”
4. ให้เราประกาศพระวรสารด้วยคำกล่าวอันเดียวกันนี้ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” 
 
เวลามิสซา
 
จันทร์-พุธ-ศุกร์ 06.00 น.
อังคาร-พฤหัส-เสาร์ 19.00 น.
อาทิตย์ 09.00 น.
 
แผนที่การเดินทาง